ครั้งแรกในเอเชีย ‘ไต้หวัน’ เปิดการประชุมของกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิผู้หญิง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากเมืองเกาสง ไต้หวัน เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ระบุว่านาง ไช่ อิง เหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน ได้เดินทางไปเปิดงานประชุม เวิลด์ คอนเฟอเรนซ์ ออฟ วีเมน เชลเทอร์ส ครั้งที่ 4 (โฟร์ดับเบิลยูซีดับเบิลยูเอส) การประชุมของกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิผู้หญิงซึ่งมีนักเคลื่อนไหวจากทั่วโลกถึง 1,400 คน จาก 100 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมประชุม นับเป็นการเน้นย้ำให้เห็นว่าไต้หวันให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสิทธิของผู้หญิงในปัจจุบัน โดยการประชุมดังกล่าวนับเป็นการจัดประชุมครั้งแรกในเอเชีย โดยจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 พฤศจิกายนนี้

การประชุมดังกล่าวนับเป็นการประชุมเพื่อสิทธิผู้หญิงและปกป้องผู้หญิงจากความรุนแรง ในระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้น 4 ปีครั้งโดยก่อนหน้านี้เคยจัดการประชุมดังกล่าวขึ้นทร่ประเทศแคนาดา สหรัฐอเมริกา และเนเธอร์แลนด์ โดยการประชุมโฟร์ดับเบิลยูซีดับเบิลยูเอสในครั้งนี้มีธีมในชื่อว่าอิมแพกต์ :โซลิแดริตี หรือ “ผลสะท้อน :ความเป็นหนึ่งเดียว”

นางไช่ ประธานาธิบดีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ไต้หวันนะบุในสุนทรพจน์เปิดการประชุมเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนขอบคุณมูลนิธิการ์เดนออฟโฮป ที่เลือกไต้หวันเป็นที่จัดการประชุมในปีนี้ ซึ่งไม่เพียงทำให้ไต้หวันถูกจับตามองในเวทีโลก แต่ยังเน้นย้ำให้เห็นถึงความพยายามของไต้หวันตลอดหลายปีที่ผ่านมาเพื่อกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่ครอบคลุม ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมไปถึงการขจัดข้อจำกัดและการเลือกปฏิบัติที่มีต่อผู้หญิงในที่ทำงาน นอกจากนี้ประธานาธิบดีไช่ ยังขอบคุณองค์กรไม่แสวงผลกำไรในประเทศหลายองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งยืนยันว่า จะดำเนินนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย ต่อไปอย่างต่อเนื่อง

“หากเราสามารถทำงานร่วมกันได้ เราสามารถทำให้ไต้หวันมีความเท่าเทียมและเที่ยงธรรมมากขึ้น” นางไช่กล่าว

นอกจากนี้นางไช่ยังชื่นชมนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิผู้หญิงที่มาร่วมในการประชุมถึงความพยายามอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยและการมีส่วนร่วม ความพยายามที่จะช่วยให้โลกของเราเป็นที่ๆดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้การประชุมโฟร์ดับเบิลยูซีดับเบิลยูเอสจะมีการประชุมเต็มคณะ 7 หัวข้อ มี 63 เวิร์คข็อป และมีอีเวนท์ที่จัดคู่ขนานไปกับการประชุมใหญ่อีก 13 งาน โดยประเด็นการหารือรวมไปถึงประเด็นที่กำลังเป็นที่สนใจ ศิลปะ การจัดการดฝสถานสงเคราะห์ นโยบาย การออกกฎหมาย การส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ ในบรรดาเนื้อหาเหล่านี้รวมไปถึงประเด็นทางสังคมอย่าง การจัดการสถานสงเคราะห็ของกลุ่มแอลจีบีที การคุกคามทางเพศกับผู้ประท้วงชาวฮ่องกง รวมไปถึงการเคลื่อนไหว #MeToo ก็ถูกรวมอยู่ในการประชุมครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

บทความก่อนหน้านี้สภาผู้ส่งออกยังคงเป้าส่งออกไทยปี 62 ติดลบ 1.5% ผลสหรัฐเร่งนำเข้าสินค้าก่อนไทยถูดตัด GSP
บทความถัดไป‘ฝ่ายค้าน’ โยนฟากรบ. เสียงเยอะกว่า เป็นตัวตั้งสำคัญดันคนนั่งประธานศึกษาแก้ รธน.