งานวิจัยใหม่เผย 30 ปีข้างหน้า ระดับทะเลเพิ่มสูง กลืนเมืองชายฝั่งทั่วโลก กรุงเทพฯจมน้ำด้วย

เมื่อวานนี้ (29 ตุลาคม 2562) เว็บไซต์หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สของสหรัฐฯรายงานว่า ปัญหาโลกร้อนนับเป็นภัยพิบัติทางนิเวศวิทยาที่ส่งผลกระทบต่อทุกชีวิตบนโลก ไม่ว่าภัยธรรมชาติ อุณหภูมิโลก รวมถึงระดับน้ำทะเลเพิ่มสูง ซึ่งงานวิจัยล่าสุดที่เผยแพร่ไม่นานนี้ ค้นพบความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเล จนคาดการณ์ว่าพื้นชายฝั่งรวมถึงเมืองติดชายฝั่งจะต้องจมน้ำภายในอีก 30 ปีข้างหน้า โดยเว็บไซต์เนเจอร์ รีเสิร์จ วารสารวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติได้เผยแพร่งานวิจัยในชื่อ New elevation data triple estimates of global vulnerability to sea-level rise and coastal flooding ซึ่งผู้วิจัยได้พัฒนาวิธีคำนวณที่แม่นยำมากขึ้นทั้งจากข้อมูลดาวเทียม การประเมินแบบมาตรฐานในผลกระทบของระดับน้ำทะเลในพื้นที่ขนดใหญ่ ทำให้พบว่า มีประชากรราว 150 ล้านคนอาศัยอยู่ในพื้นที่ต่ำกว่าแนวคลื่นสูง

โดยแผนที่แรกแสดงโอกาสที่มีพื้นที่จมใต้น้ำภายในปี 2050 (พ.ศ.2593) ส่วนแผนที่ที่สอง ซึ่งเป็นส่วนประเมินใหม่ แสดงถึงส่วนต่ำสุดของพื้นที่ในประเทศที่จะจมอยู่ใต้น้ำ ทำให้ประชากรมากกว่า 20 ล้านคนในเวียตนาม อยู่ในพื้นที่ที่จะมีน้ำท่วม

จากข้อมูลวิจัย หลายพื้นที่ในโฮจิมินต์ซิตี้ เมืองเศรษฐกิจสำคัญของเวียตนามจะหายไปกับน้ำ

ด้านนายสก๊อต เอ. คัลฟ์ นักวิจัยของ Climate Central และหนึ่งในผู้เขียนรายงานกล่าวว่า ได้วัดระดับความสูงมาตรฐานโดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมเพื่อแยกความแตกต่างระดับพื้นดินที่แท้จริงจากยอดของต้นไม้หรืออาคาร ดังนั้นเขาและเบนจามิน สเตราส์ หัวหน้าผู้บริหารระดับสูงของ Climate Central จึงใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อกำหนดอัตราความผิดพลาดและแก้ไขให้ถูกต้อง

ส่วนประเทศไทย ประชากรมากกว่าร้อยละ 10% อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่จะเกิดจมน้ำภายในปี 2050 เมื่อเทียบกับ 1% ตามการศึกษาก่อนหน้า โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร อยู่ในสถานะอันตรายอย่างยิ่ง

ขณะที่ ลอเล็ตต้า ฮีเบอร์ กิราเด เจ้าหน้าที่ด้านบรรเทาความเสี่ยงทางภัยพิบัติของยูเอ็นและอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯกล่าวว่า ปัญหาสภาพอากาศจะกดดันให้หลายเมืองหาทางออกมากมาย แต่ในขณะเดียวกัน น้ำท่วมในหลายพื้นที่จากภาวะโลกร้อน ได้บีบให้เกษตรกรยากจนจำนวนมากต้องทิ้งผืนนามาหางานในเมืองแทน นับเป็นสมการอันโหดร้าย

เช่นเดียวกับ เซียงไฮ้ เมืองเศรษฐกิจใหญ่ของจีน ระดับน้ำจะกลืนกินใจกลางเมืองใหญ่นี้ รวมถึงหลายเมืองรอบเซียงไฮ้

ทั้งนี้ ยังมีหลายเมืองติดชายฝั่งที่เสี่ยงจมใต้น้ำทั้งมุมไบในอินเดีย เมืองอเล็กซานเดรียในอิยีปต์ และบาสราในอิรัก โดยข้อมูลจากดีน่า โลเนสโก้ เจ้าหน้าที่องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานกล่าวว่า การวิจัยนี้จะทำให้หลายประเทศต้องเริ่มเตรียมการย้ายให้ประชากรจำนวนมากเสียแต่ตอนนี้

“เราพยายามส่งสัญญาณเตือนแล้ว เรารู้ว่าสิ่งนี้กำลังเกิดขึ้น แต่ยังมีตัวแบบสมัยใหม่อยู่บ้างสำหรับการเคลื่อนไหวประชากรในระดับนี้” ดีน่า กล่าว

ที่มา New York Times , NatureResearch 

บทความก่อนหน้านี้คำต่อคำ ‘อดีตเลขาฯ สมช.’ วิเคราะห์ อนาคตยากเกิดรัฐประหาร ชะตากรรม รัฐบาลประยุทธ์-ผบ.ทบ.-กองทัพ
บทความถัดไปสมหมาย ปาริจฉัตต์ : ฟังครูเล่าไม่เท่าเห็นของจริง (3)