“หม่อมเต่า” เผยอันดับความยากง่ายประกอบธุรกิจ “ไทย” ขยับอันดับที่ 21

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา ธนาคารโลกได้ประกาศผลการจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ หรือ Doing Business 2020 ภาพรวมประเทศไทยปี 2020 อยู่อันดับที่ 21 จากเดิมปี 2019 อยู่อันดับที่ 27 ดีขึ้น 6 อันดับ และมีคะแนน Ease of Doing Business สูงขึ้น ขยับจาก 78.45 เป็น 80.10 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 1.65 คะแนน และอยู่ในกลุ่ม 25 ประเทศแรกของโลกจาก 190 ประเทศที่มีความง่ายในการประกอบธุรกิจ และมีคะแนนใกล้เคียงกับประเทศสิงคโปร์ ซึ่งอยู่อันดับที่ 2 (86.20 คะแนน) และมาเลเซีย ซึ่งอยู่อันดับที่ 12 (81.50 คะแนน)

ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้มีการปฏิรูปที่สำคัญได้แก่ การปรับปรุงการขึ้นทะเบียนนายจ้างโดยพัฒนาระบบ WPD มาใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลสถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การพัฒนาระบบ e-Service ให้นายจ้างสามารถชำระเงินสมทบผ่านระบบ e-Payment ได้ทั้งกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน เพิ่มช่องทาง การชำระเงินสมทบโดยใช้บัตรเดบิต/เครดิตมาสเตอร์การ์ดผ่านระบบเคาน์เตอร์เซอร์วิสที่อยู่ในระบบ e-Payment ซึ่งการพัฒนาการให้บริการดังกล่าวสอดรับกับการจัดอันดับที่ดีขึ้นของ Doing Business 2020 ในด้านการเริ่มต้นธุรกิจ (92.4 คะแนน) และด้านการชำระภาษี (77.7 คะแนน) แสดงถึงผลสำเร็จของการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยมีการปรับปรุงขั้นตอนการให้บริการรวดเร็วขึ้น นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้การประกอบธุรกิจง่ายขึ้น ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องการบริการสะดวกขึ้น นายจ้าง สถานประกอบการ และประชาชน ได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว

“สำหรับทิศทางการพัฒนางานที่สอดรับกับ Doing Business 2021 สปส.ได้มีการเพิ่มช่องทางการรับเงินสมทบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ซึ่งมีทั้งระบบ e-Payment และ Mobile Application และเพิ่มช่องทางการจ่ายประโยชน์ทดแทนผ่านบริการ Prompt Pay นอกจากนี้ นายจ้างที่จดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Registration) ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะได้รับความสะดวกในการแจ้งขึ้นทะเบียนประกันสังคมโดยอัตโนมัติ และสามารถ ใช้ช่องทางการขึ้นทะเบียนลูกจ้างผ่านระบบ e-Service ของ สปส.ได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการจัดอันดับที่ดีขึ้นในปีต่อไป” ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าว

 

บทความก่อนหน้านี้“นายกฯ” สั่ง “เกษตร-ก.อุตฯ” ตั้งทีมเก็บข้อมูลผลกระทบจาก 3 สารเคมี
บทความถัดไปE-DUANG : กระบวนการ เลือกผู้สมัคร อบจ. ชนวนขัดแย้งใหม่ อนาคตใหม่