บีโอไอ ร่วมโรดโชว์ “สมคิด” กางแพคเจนดึงทุนจีน

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 20 -25 ตุลาคม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าคณะรัฐบาลไทยนำหน่วยงานของภาครัฐไทยเดินทางไปชักจูงการลงทุน ณ มณฑลกวางตุ้ง และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีกำหนดพบปะหารือกับบริษัทชั้นนำของจีน เพื่อชักชวนให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย รวมทั้งร่วมพิธีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐไทยกับมณฑลกวางตุ้ง และบริษัท หัวเว่ย

นางสาวดวงใจ กล่าวว่า กลุ่มบริษัทที่จะพบหารือ ล้วนเป็นบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีชีวภาพ อุปกรณ์เครือข่ายและโทรคมนาคม และการพัฒนาบุคลากร รวมถึงเข้าพบหารือกับผู้บริหารของบริษัท หัวเว่ย ที่เมืองเซินเจิ้น ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ที่มีศูนย์แสดงนวัตกรรมของบริษัท

นางสาวดวงใจ กล่าวว่า ในวันที่ 23 ตุลาคม บีโอไอจะจัดสัมมนาใหญ่ “Strategic Partnership through the Belt and Road Initiative and the EEC” ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น เซินเจิ้น โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีจะกล่าวปาฐกถาพิเศษ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง จะบรรยายในหัวข้อ “Enhancing Thailand’s Competitiveness-Improving Ease of Doing Business in Thailand” นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก บรรยายหัวข้อ “Grand Strategy on the Belt and Road Initiative and the EEC” และตนจะบรรยายหัวข้อ “Thailand Investment Year: Opportunities for Chinese Investors” รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของบริษัท หัวเว่ย ประเทศไทยจะร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำธุรกิจในประเทศไทยด้วย คาดว่าจะมีนักธุรกิจชั้นนำจากจีนเข้าร่วมประมาณ 500 ราย

“ประเทศไทยกับจีนมีความสัมพันธ์ที่ดีมาอย่างยาวนาน ซึ่งไทยถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการเป็นประตูสู่อาเซียน ที่สามารถเชื่อมโยงกับจีนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เหมาะสมกับการลงทุน นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังมีมาตรการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนผ่านสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของบีโอไออีกด้วย” นางสาวดวงใจกล่าวและว่า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขขอรับการส่งเสริมการลงทุนของจีน ตั้งแต่ปี 2558-2561 มียอดรวมกว่า 1.12 แสนล้านบาท ขณะที่ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 นักลงทุนจากจีนมียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนแล้วกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปี 2561 กว่า 5 เท่า

บทความก่อนหน้านี้“ศักดิ์สยาม” สั่งติดจีพีเอสรถยนต์-จักรยานยนต์ส่วนบุคคล คาดบังคับใช้ปีหน้า นำร่องรถใหม่ก่อน
บทความถัดไป“เฉลิมชัย” หารือม็อบเกษตรกรฯ ร่วมหาทางออกแบน-ไม่แบน 3 สารเคมี!