ศรัทธาชาวบ้านบีบคั้นขอให้กลับไปห่มเหลืองดังเดิม ‘พุทธะอิสระ’เปิดใจคัมแบ๊กบวชใหม่

นที่ 18 ต.ค. ที่วัดอ้อน้อย ธรรมอิสระ ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม อดีตพระสุวิทย์ ธีรธัมโม หรือ พุทธะอิสระ ผู้ก่อตั้งวัดอ้อน้อย เปิดเผยกรณีลูกศิษย์ได้โพสต์แจ้งข่าวสารถึงญาติธรรมของคณะศิษย์วัดอ้อน้อย ระบุว่า “หลวงปู่พุทธะอิสระ จะครองผ้าเหลืองใหม่ในวันที่ 5 ธันวาคม 2562 จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน” ทำให้ลูกศิษย์ ร่วมกันอนุโมทนาสาธุเป็นการใหญ่

อดีตพระสุวิทย์ เปิดเผยว่า จากข่าวที่ออกไปนั้นเป็นความจริงที่ว่า จะห่มผ้าไตรจีวรในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พ่อหลวง รัชกาลที่ 9 และการบวชครั้งนี้ เพื่อแม่ที่ป่วยติดเตียงมีอายุเกือบ 100 ปีแล้ว ที่สำคัญแม่อยากเห็นผ้าเหลืองก่อนตาย ในตอนแรกมีการพูดคุยว่า

” จะกลับไปห่มจีวรหลังจากคดีเสร็จสิ้น เนื่องจากวันที่ 29 ต.ค.นี้ครบกำหนด สิ้นสุดเวลาคุมความประพฤติในคำพิพากษาคดีทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะชุมนุม ก่อนหน้านี้มีกลุ่มที่ถูกเกี่ยวข้องกับคดีเรื่องเงินทอนวัด เมื่อออกมาก็ได้กลับไปห่มเหลือ ในช่วงที่เดินทางไปศาลกลับแต่งกายด้วยชุดสีขาว ก็ยังทำได้ และเราคิดว่าเราพ้นจากการคุมประพฤติแล้ว ก็น่าจะทำได้เช่นกัน นี่คือหลักคิดเดิม คนเดียว ซึ่งในความเป็นจริงเราไม่สามารถคิดและทำคนเดียวได้”

หลวงปู่พุทธอิสระ กล่าวต่อว่า วันที่ 27 ต.ค.ที่จะถึงนี้จะมีการประชุมพร้อมกับร่างรายละเอียด โดยจะมีคณะสงฆ์ ญาติโยม กรรมการวัด ขอฉันทามติ ว่าเห็นควรจะให้กลับไปห่มผ้าเหลืองเหมือนเดิมหรือไม่ หลังจากที่มีข่าวออกไปว่าจะกลับมาห่มเหลืองอีกครั้ง ก็ได้ดูข่าวที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง ว่าพระสงฆ์ ที่ถูกจำคุกที่มีคดี แม้ไม่ได้เปล่งวาจาสึกแต่ต้องโทษ ติดคุก ถือว่าพ้นจากความเป็นพระแล้ว แต่ในทางพระพุทธศาสนา หากพระพุทธอิสระ จะกลับมาห่มเหลืองอีกครั้งนั้น ในทางบ้านเมือง กับทางพระพุทธศาสนามีความแตกต่างกัน”

“ที่คุณวิษณุกล่าวนั้นเป็นไปในทางกฎหมาย แต่ในทางพระพุทธศาสนานั้นการที่ภิกษุจักพ้นจากความเป็นภิกษุได้นั้น มีเหตุอยู่ 3 ประการ คือ 1.มรณภาพ (ตาย) 2.ต้องอาบัติปาราชิก เรียกว่า อาบัติร้ายแรงชั่วหยาบ ไม่สามารถกลับเข้ามาเป็นพระได้อีกตลอดชีวิต เช่น ฆ่ามนุษย์ อวดอุตริมนุสธรรมอันไม่มีอยู่จริง และเสพเมถุน 3.กล่าวคำลาสิกขา ซึ่งทั้ง 3 อย่างนี้ยังไม่ได้ทำ เนื่องจากที่เข้าคุกก็สวมชุดขาว ถือศีล สวดมนต์ทำวัตร ฉันอาหารมื้อเดียว ตามปกติ

ไม่อยากฝากถึง คุณวิษณุ ว่า กฎหมายคัดค้านกับพระธรรมวินัย แต่อยากฝากถึงมหาเถร ว่าในประเทศไทยมีคดีแบบนี้เยอะมาก อย่างให้หลักกฎหมาย และพระธรรมวินัยสอดคล้องกัน แต่ถ้าการประชุมในวันที่ 27 ต.ค.นี้ไม่เห็นชอบให้กลับไปห่มเหลือง ก็คงต้องรอให้คดีเสร็จสิ้น คาดว่าน่าจะปลายปีหน้า ส่วนเรื่องการจำพรรษาตอนนี้ก็ 35 พรรษาเหมือนเดิม ถึงจะไม่ได้ห่มจีวร ก็ยังปฏิบัติกิจเหมือนเดิม ทุกวันนี้ก็อยู่สบายดีมีสุข วันเสาร์ อาทิตย์ก็ออกสอนการปฏิบัติธรรมเป็นปกติ แต่ศรัทธาของชาวบ้านเป็นแรงบีบคั้นขอให้กลับไปห่มเหลืองดังเดิม

อดีตพระสุวิทย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากถามเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพนั้น ถือว่าดีขึ้น อาการปวดหลังน้อยลง ทำกายภาพสม่ำเสมอทั้งเช้าและเย็น แต่ยังคงมีปัญหาในเรื่องคลื่นหัวใจ เพราะในช่วงที่อยู่ภายในเรือนจำนั้นสุขภาพไม่ดี ความดันโลหิตต่ำมาก จนกระทั่งผู้คุมยังกลัวว่าจะเกิดอาการช็อก สำหรับเรื่องการได้ห่มเหลืองอีกหรือไม่ ต้องติดตามในวันที่ 27 ต.ค.ที่จะถึงนี้ ขอให้ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยู่ได้เท่านั้น พระพุทธอิสระ ก็อยู่ได้สบายใจแล้ว

บทความก่อนหน้านี้พล.ท.พงศกร ฉะงบกลาโหม เป็นราชาเงินผ่อน ขอตัด 2 หมื่นล้าน หนุนเกษตร-สาธารณสุข
บทความถัดไปผู้การ น.6 โต้! ไม่มี บ่อนกาสิโน กลางกรุงหลัง ยุทธพงศ์ ส.ส.เพื่อไทย ปูดกลางสภา