ชป.ยันอีสานกลางมีน้ำพอกินพอใช้ถึงต้นฤดูฝนหน้า แต่ขอให้ใช้อย่างประหยัด

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยหลังได้รับการรายงานสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคอีสานกลาง(ขอนแก่น ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด) จากนายศักดิ์สิริ อยู่สุข ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 ว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ 3 แห่ง ได้แก่ เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 615 ล้านลูกบาศก์เมตร(ล้าน ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 25 ของความจุอ่างฯ มีน้ำใช้การได้ประมาณ 34 ล้าน ลบ.ม.

เขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ มีปริมาณน้ำ 50 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 30 ของความจุอ่างฯ มีน้ำใช้การได้ 13 ล้าน ลบ.ม. จะเห็นได้ว่าทั้ง 2 เขื่อนมีน้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อยมาก ส่วนเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีปริมาณน้ำประมาณ 1,656 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 83 ของความจุอ่างฯ มีน้ำใช้การได้ประมาณ 1,556 ล้าน ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์น้ำดี สำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดกลางจำนวน 69 แห่ง มีปริมาณน้ำรวมกัน 331 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 75 ของความจุอ่างฯรวมกัน

กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่6 ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมพร้อมวางมาตรการในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2562/2563 โดยได้จัดลำดับความสำคัญ ให้มีน้ำเพียงพอในการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ เป็นอันดับต้นๆ การเกษตรและอุตสาหกรรม ตามลำดับ พร้อมกับสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนหน้าด้วย สำหรับเขื่อนอุบลรัตน์และเขื่อนจุฬาภรณ์ ซึ่งมีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย กรมชลประทานจะทำการบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้เพียงพอสำหรับการอุปโภค-บริโภคและรักษาระบบนิเวศ ไปจนถึงสิ้นสุดฤดูแล้งปี 62/63 ส่วนเขื่อนลำปาว มีปริมาณน้ำเพียงพอ สามารถจัดสรรให้กับทุกกิจกรรม ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานี

สำหรับการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ที่เริ่มประสบปัญหาภัยแล้ง สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้ประสานไปยังเขื่อนจุฬาภรณ์ ขอความร่วมมือในการระบายน้ำลงลำน้ำพรมและลำน้ำเชิญประมาณ 2 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน เพื่อผันน้ำเข้าเติมในแก้มลิงหนองหินลาด และแก้มลิงกุดแคน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตประปาของอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ และอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น คาดว่าน้ำส่วนนี้จะสามารถใช้ผลิตน้ำประปาได้จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้

นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 10 เครื่อง เพื่อช่วยสูบน้ำเข้าเติมในแหล่งน้ำดิบ และส่งรถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร สนับสนุนน้ำให้กับโรงพยาบาลชุมแพ อ.ชุมแพ หลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ส่วนในพื้นที่จ.ขอนแก่น และมหาสารคาม บางส่วน สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำจำนวน 23 เครื่องไปช่วยพื้นที่นาข้าวของเกษตรกร เพื่อสูบน้ำจากแหล่งน้ำใกล้เคียงไปหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่กำลังตั้งท้องออกรวง

ทั้งนี้ กรมชลประทาน จะบริหารจัดการน้ำต้นทุนที่มีอยู่ให้เพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคจนถึงต้นฤดูฝนหน้า และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนร่วมกันตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรน้ำ มีวินัยในการใช้น้ำตามแผนการบริหารจัดการน้ำที่ได้วางไว้ และใช้น้ำอย่างประหยัด คุ้มค่า เพื่อให้ไม่ขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค

บทความก่อนหน้านี้วัฒนา ยัน เพื่อไทยโหวตให้พ.ร.ก.โอนย้ายฯ เป็นเรื่องประสิทธิภาพบริหาร ไม่เกี่ยวกับปชต.
บทความถัดไป“อุตตม” ยันงบมีวินัยการเงินถูกต้อง ปัดแจกเงินไร้เป้าหมาย โว”ชิม ช้อป ใช้”กระตุ้นเศรษฐกิจจริง