‘เพื่อไทย’เดินสายแจกหน้ากากกันฝุ่นพิษ ยังไม่ชัด ส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯสู้ชัชชาติหรือไม่

“เพื่อไทย” เดินสายแจกหน้ากากกันฝุ่นพิษที่อนุสาวรีย์ชัยฯ “ปลอดประสพ” ลั่น “พท.” ไม่เคยมอง “ชัชชาติ” เป็นศัตรู แย้ม ดูคนของพรรคว่าดีสู้ “ชัชชาติ” ได้หรือไม่ ถ้าสู้ไม่ได้ พร้อมเอาใจช่วยอยู่ในใจ

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่อนุสาวรีย์ชัยสรภูมิ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค และส.ส. รวมถึงอดีตส.ส.กทม. ของพรรคพท. ลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น PM 2.5 จำนวนกว่า 2,300 ชิ้น โดยรอบบริเวณอนุสารีย์

นายปลอดประสพ กล่าวว่า คุณหญิงสุดารัตน์ ฝากตนมาขอโทษทุกคนเนื่องจากวันนี้ท่านไม่สามารถมาได้ ซึ่งท่านไม่ได้บอกตนว่าที่มาไม่ได้เพราะอะไร แต่ท่านมีอาการเสียงแหบ ตนคิดว่า ท่านน่าจะสูดอากาศที่เป็นพิษมากเกินไป ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมาฝนมาช้า ลมเหนือมีกำลังแรงมาซึ่งเป็นลมหนาวจะหนัก เมืองใหญ่อย่างกทม. สร้างตัวเองเป็นโดม อีกทั้ง กทม. เป็นเมืองอากาศร้อนทำให้ฝุ่นไปไหนไม่ได้ เหตุการณ์ที่ผ่านมา ลมหนาวแรง ลมใต้อ่อน ทำให้กทม.เกิดภาวะ PM 2.5 ในทางวิชาการจะเกิดใน กทม.อย่างถาวร ดังนั้น มาตรการของรัฐบาลต้องแม่นยำและมั่นคง โดยข้อเสนอพรรคพท. พร้อมร่วมคิดร่วมทำกับรัฐบาล โดยต้องมีหน่วยงานกลางขึ้นมาประจำปี อาจเป็นศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ต้องมอง PM 2.5 ในกทม.และต่างจังหวัดต่างกัน โดย กทม.สามารถวิเคราะห์ก่อนเกิด PM 2.5 ได้ 2-3 วัน เสนอให้มีหน่วยงานดูแลเรื่อง ต้องประกาศสถานการณ์ความจริงให้ประชาชนรู้ถึงความกดอากาศแรงกำลังสูงจากจีนมาถึงไทยคาดว่าจะมี PM2.5 แน่นอน และควรแจกหน้ากาก นอกจากนี้ ฝุ่น PM 2.5 ต้องจำกัดรถยนต์ตามสี่แยกจากหมื่นคันให้เหลือ 2,000 คัน และการก่อสร้างในเวลากลางวันไม่ควรทำแต่ควรทำในเวลากลางคืน ไม่เช่นนั้นก่อสร้างก็ทำ รถยนต์ก็เอาจะเกิดปัญหาได้ ทั้งนี้รัฐบาลต้องมีความชัดเจน

นายปลอดประสพ กล่าวว่า กทม.อยู่ริมทะเลมีไอเกลือ เมื่อเป็นเมืองที่อยู่ลึกเข้ามาจากทะเลก็มีไอเกลือจากทะเลมาผสม PM2.5 จะมีฝุ่นโดยเฉพาะเขตบางขุนเทียน เขตบางบอนที่มีมักจะเกิด PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานในระดับสูง กรณีนี้ควรฟังนักวิชาการให้อำนาจนักวิชาการ ส่วนภาคเหนือเกิด PM 2.5 จากการเผาในที่โล่ง ซึ่งเริ่มตั้งแต่ มี.ค. – พ.ค. ดังนั้นต้องใช้ยุทธศาสตร์โดยใช้กฎหมายเพื่อหยุดการขยายตัวของกรุงเทพฯและหยุดปัญหา และควรมีเมืองใหม่หรือไม่ที่ไม่ใช่เมืองหลวง และไม่ใช่เมืองบริวารติดกับ กทม. แต่ไม่ใช่อีอีซี เพราะไม่ใช่เมืองที่อยู่อาศัย ทั้งนี้จะทำยังไงกับผู้ใช้รถยนต์ไม่ให้ภาระตกอยู่กับประชาชน ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรววกลาโหม ควรเร่งแก้ไขปัญหา

เมื่อถามถึงกรณีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตแคนดิเดตนายกฯของพรรคพท. ประกาศลงชิงเก้าอี้ผู้ว่ากรุงเทพมหานครในนามอิสระ นายปลอดประสพ กล่าวว่า ส่วนตัวตนดีใจที่นายชัชชาติสนใจ และตั้งใจลงแข่งขันชิงเก้าอี้ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร เพราะตนเห็นว่านายชัชชาติเป็นคนดี มีความรู้ และพรรคพท.ไม่มีวันมองนายชัชชาติเป็นศัตรู เพราะเขาเกิดจากเรา โตจากเรา และได้รับเกียรติจากเราเสมอมา และนายชัชชาติก็พูดเสมอว่าไม่มีวันที่จะทรยศเรา ซึ่งในฐานะเป็นพี่ต้องขอขอบคุณ อย่างไรก็ตามในฐานะที่เราเป็นพรรคการเมืองและได้ประกาศนโยบายเกี่ยวกับเรื่องท้องถิ่น จากนี้พรรคก็จะกลับไปคิดว่าเรามีคนที่ดีเสมอด้วยนายชัชชาติ หรือคนที่ดีกว่าหรือไม่ ถ้ามีเราก็จะส่งลงสมัคร แต่ถ้าเราหาคนที่สู้นายชัชชาติไม่ได้ เพื่อประชาชน เราก็อาจจะเอาใจช่วยนายชัชชาติในใจก็ได้ ทั้งนี้ ตนเชื่อโดยส่วนตัวว่า นายชัชชาติเองก็คงจะยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับพรรคพท. ในการบริหารกรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตามตนรู้เท่าที่หนังสือพิมพ์นำเสนอข่าว ไม่ได้รู้มากไปกว่านั้น แต่ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีวันนี้เราต้องบอกว่าเราจะส่ง ไม่อย่างนั้นเราจะเป็นพรรคการเมืองไปทำไม แต่เราก็ต้องดูตัวบุคคลของเราด้วยว่าสู้เขาได้หรือไม่

บทความก่อนหน้านี้“โออิชิ” สร้างสรรค์โครงการ “น้ำดื่มสะอาด” เพื่อมอบคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน
บทความถัดไปตุลาการ สวนกลับ “วัส ติงสมิตร” สับสนข้อกฎหมาย หลังยื่น ป.ป.ช.เอาผิด “ชีพ จุลมนต์” ไม่ตั้งกสม.