มาเลเซียเตือน เลี่ยงออกนอกอาคารช่วงวิกฤตหมอกควัน ดันยอด “food delivery” เพิ่ม 40 %

สำนักข่าวสเตรทไทม์รายงานว่า สถานการณ์หมอกควันจากการเผาไร่และเผาป่าของเกษตรกรในประเทศ “อินโดนีเซีย” ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ส่งผลกระทบไปถึงประเทศเพื่อนบ้านทั้ง “มาเลเซีย” และ “สิงคโปร์”โดยล่าสุดมาเลเซียมีประกาศเตือนพลเมืองควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมภายนอกอาคาร

นอกจากนี้ มาเลเซียยังมีคำสั่งปิดสถานศึกษา 2,646 แห่งในวันนี้ (20 ก.ย.) ซึ่งกระทบต่อการเรียนการสอนของนักเรียนนักศึกษามากกว่า 1.7 ล้านคน โดยมีการอัพเดตสถานการณ์ความเลวร้ายของสภาพอากาศเป็นระยะ และหากพบว่าโรงเรียนใดอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าดัชนีมลภาวะทางอากาศ (API) มากกว่า 200 ขึ้นไปจะได้รับคำสั่งให้ยกเลิกการเรียนการสอนทันที

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีมหาธีร์ โมฮัมหมัดของมาเลเซีย ประกาศเตรียมใช้โดรนในการทำฝนเทียมซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าการทำฝนเทียมแบบดั้งเดิม เพื่อบรรเทาความรุนแรงของหมอกควันโดยเฉพาะในพื้นที่ปุตราจายา และยังพร้อมให้ความช่วยเหลือแก่อินโดนีเซียในการดับไฟป่า

ขณะที่กระทรวงทรัพยากรมนุษย์ของมาเลเซียระบุให้ นายจ้างยืดหยุ่นช่วงเวลาทำงานหรืออนุญาตให้ลูกจ้างทำงานจากที่พักอาศัยได้ ในช่วงที่ยังมีปัญหาหมอกควันอย่างต่อเนื่อง และหากจำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ภายนอกอาคาร นายจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ป้องกันให้ลูกจ้างอย่างเพียงพอ ทั้งนี้หากพบว่านายจ้างไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติอาชีวอนามัยและความปลอดภัยปี 1994 (OSHA) ที่ใช้คุ้มครองสุขภาพของลูกจ้างอาจถูกปรับ 16,465 ดอลลาร์สหรัฐหรือจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือทั้งจำทั้งปรับ

ด้านภาคธุรกิจเอกชนของมาเลเซียก็กำลังได้รับผลกระทบจากปัญหาหมอกควัน โดยเฉพาะร้านอาหารและร้านค้าที่จำนวนลูกค้าลดลงอย่างมาก เนื่องจากผู้คนต่างหลีกเลี่ยงที่จะออกมารับประทานนอกบ้าน นอกจากนี้ภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวก็กำลังวิตกกังวลถึงผลกระทบต่อการขนส่งที่อาจต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากสภาพอากาศที่เลวร้าย

สวนทางกับธุรกิจจัดส่งอาหารออนไลน์หรือ “food delivery” ที่มียอดการสั่งซื้อเพิ่มขึ้น โดย “DeliverEat” บริษัทจัดส่งอาหารออนไลน์เปิดเผยว่า จากช่วงเวลาปกติบริษัทมียอดสั่งซื้อราว 8,000 ออร์เดอร์ แต่จากสถานการณ์หมอกควันในขณะนี้ส่งผลให้ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นถึง 11,000 ออร์เดอร์ หรือเพิ่มขึ้นราว 40% โดยบริษัทยืนยันว่า พนักงานส่งอาหารสวมหน้ากากกันฝุ่นละอองเสมอในการออกไปส่งอาหารให้กับลูกค้า

บทความก่อนหน้านี้ลดใช้ถุงพลาสติก ลดโลกร้อน มาทำให้โลกนี้น่าอยู่กันเถอะ!!
บทความถัดไปโออีซีดี เตือน ‘อังกฤษ’ เสี่ยงจีดีพีร่วง 3% หากดันแผน “เบร็กซิท” แบบไร้ข้อตกลง