‘ทวี’-นิคม’ นำ 7 พรรคฝ่ายค้านลงพื้นที่อุบลฯ พายเรือช่วยชาวบ้าน-มอบถุงยังชีพ

เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่จ.อุบลราชธานี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมด้วย นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย (พลท.) และตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เร่งลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน จ.อุบลราชธานี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่จังหวัดมหาสารคามเมื่อวันที่ 14-15 กันยายนที่ผ่านมา ได้นำถุงยังชีพที่ประกอบด้วยอาหารแห้ง น้ำดื่ม และเครื่องอุปโภคบริโภค มอบให้แก่ผู้ประสบภัยเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในขั้นต้น ซึ่งจุดแรก ได้ไปเยี่ยมผู้ประสบภัยที่บ้านท่าเจริญ ม.11 ต.ท่าลาด อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งจุดนี้ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 4 เมตร บ้านเรือนประชาชนจมอยู่ใต้น้ำจำนวนหลายหลังทำให้ต้องอพยพขึ้นมาอยู่ในที่ปลอดภัย โดยตัวแทน 7 พรรคได้พายเรือของชาวบ้านเข้าไปยังหมู่บ้านที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก และเดินทางต่อไปยังบ้านหนองกินเพล ม.8 บ้านกุดชุม ม.2 และ บ้านป่าสว่าง ม.3 ต.หนองกินเพล อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เยี่ยมผู้ประสบภัยที่ต้องอพยพอยู่ในเต็นท์ที่พักชั่วคราวพร้อมมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัย

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า วันนี้ได้มาเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยการประสานความร่วมมือกับ 7 พรรคฝ่ายค้าน เร่งลงพื้นที่เยี่ยม จ.อุบลราชธานีอีกครั้ง แม้ก่อนหน้านี้หลายพรรคได้เดินทางมาเยี่ยมแล้ว แต่พบว่าประชาชนยังมีความเดือดร้อนอยู่จำนวนมาก จึงได้เร่งประสานความช่วยเหลือมาที่อุบลราชธานีอีกครั้ง โดยได้เน้นย้ำว่าการแก้ปัญหาภัยพิบัติอย่างเร่งด่วนต้องส่งเสริมให้ภาคประชาชนและท้องถิ่นมีส่วนในการบริหารจัดการ และแก้ไขปัญหาปัญหาในท้องถิ่นตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะท้องถิ่นมีความชำนาญในพื้นที่ดีที่สุด โดยกระจายอำนาจจากส่วนกลางลงมายังท้องถิ่นได้บริหารจัดการ ไม่ใช่การสนับสนุนงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องส่งเสริมให้ท้องถิ่นมีกำลังความสามารถในการบริหารจัดการตนเองได้ เช่นโครงการต่อเรือขององค์กสรบริหารส่วนตำบลหนองกินเพล ให้ชุมชนได้ต่อเรือเองเพื่อใช้ในการเข้าพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งสามารถช่วยได้อีกหลายชีวิต

ขณะที่ นายนิคม ว่า เมื่อเกิดภัยพิบัติแล้วกลุ่มที่จะต้องเร่งเข้าถึงพื้นที่อย่างเร็วที่สุดคือรัฐบาล แต่ความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐไม่ทันท่วงที ทำให้เอกชนหรือกลุ่มองค์กรภาคประชาชนต้องช่วยเหลือกันเอง สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ล้มเหลว

บทความก่อนหน้านี้“วิษณุ”โต้“วันนอร์” ประมวลจริยธรรมมี 2 ฉบับ แยกขรก.-การเมือง แต่ถ้ายังจะยื่น ก็ไม่มีปัญหา
บทความถัดไปลูกจ้างเฮ! พ.ร.บ.โรคจากการทำงานฯ มีผลบังคับใช้แล้ว