‘บิ๊กตู่’ เผย ‘ในหลวง’ ทรงห่วงใย ปชช. ถูกน้ำท่วม ทั้งทรงแนะแนวทางแก้ปัญหาเป็นระบบ

“บิ๊กตู่” ลง จ.อุบลฯ เยี่ยมผู้ประสบภัยรอบ 2 เผย “ในหลวง” ทรงห่วงใย ปชช.ถูกน้ำท่วม ทั้งทรงแนะแนวทางแก้ปัญหาเป็นระบบ

เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมด้วยคณะ อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัย ที่จังหวัดอุบลราชธานี

โดย พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางว่า วันนี้ไปเยี่ยมจังหวัดอุบลฯเพราะยังมีความเดือดร้อนอยู่จริงๆ แล้วขณะนี้มี 4 จังหวัดที่ยังค่อนข้างจะหนักอยู่ ก็ได้สั่งการให้มีการยกระดับศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ซึ่งมีขั้นตอนของเขา รัฐบาลรับผิดชอบในภาพรวมทั้งหมดอยู่แล้ว มีบางจังหวัดอยู่ในขั้น 2 บางจังหวัดอยู่ในขั้น 3

ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้บูรณาการตรงนี้ เพราะความเดือดร้อนยังคงมีอยู่ น้ำยังคงไม่ลดระดับ 100% แต่ก็ยังดีที่ว่าน้ำลดระดับลงไปบ้าง  ข่าวจากโทรทัศน์เห็นพี่น้องหลายคนก็ทำใจ แต่ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะดูแลทุกมิติ ไม่ว่าจะเรื่องของเกษตรและปศุสัตว์ บ้านเรือน ที่อยู่อาศัย ที่บางคนบอกบ้านไปทั้งหลัง ซึ่งรัฐบาลเห็นใจและจะทุ่มเทตรงนี้ดูแล บ้านไหนเสียหายทั้งหลังต้องเร่งซ่อมแซมก่อน ถ้าทำพร้อมกันได้ก็จะทำทั้งหมด บางส่วนใช้ทั้งเงินของรัฐบาล และเงินบริจาคในส่วนของที่ยังใช้เงินราชการไม่ได้

นายกฯกล่าวว่า วันนี้รัฐบาลเป็นห่วงไม่อยากให้คนท้อแท้หมดกำลังใจ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการช่วยเหลือดูแล การยกระดับเหล่านี้ก็จะเกิดความชัดเจนขึ้น โดยมีกลไกของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) อยู่แล้ว ซึ่งจะบูรณาการทั้งตำรวจ พลเรือน และทหาร ร่วมกับศูนย์ของกระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่ว่ารัฐบาลยิ่งนอนใจ ปัญหาของบ้านเราเมื่อเกิดอุทกภัยคนไทยคือนิสัยห่วงบ้าน เพราะมีโจรขโมยเข้าไปขโมยสิ่งของด้วย จึงทำให้ไม่อยากออกจากบ้านตัวเอง ซึ่งก็ลำบาก รัฐบาลก็เข้าไปส่งข้าวส่งน้ำมาโดยตลอด ซึ่งเราก็เข้าใจ

ตนจึงไม่อยากให้มีการเกิดเหตุการณ์ในครั้งต่อไป แต่จะทำอย่างไรได้เป็นเรื่องของธรรมชาติ รัฐบาลยืนยันจะดูแลเต็มที่ทุกกระทรวง ทบวง กรม วันนี้ที่มีการร้องขอเรื่องยา ก็ได้ให้ รมว.สาธารณสุขเตรียมชุดยาเป็นพันชุดเพิ่มเติมให้ ขณะนี้เกิดทั้งโรคน้ำกัดเท้า โรคเครียด ซึ่งกรมสุขภาพจิตต้องไปดูแล ส่วนเรื่องถนนหนทางก็ได้เตรียมแผนไว้แล้ว ได้ 30 กว่าเส้นทางที่ต้องดูแล จะเป็นการใช้งบประมาณหลังจากน้ำท่วมแล้ว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับความเสียหายในภาพรวมนั้นได้มีการประเมินมาตลอดเวลา ซึ่งพบว่ามีความเสียหายเกือบล้านไร้แล้ว ซึ่งรัฐบาลได้ดูแลและหามาตรการเพิ่มเติม ว่าหลังจากน้ำท่วมแล้วจะทำอย่างไร ในการประกอบอาชีพ  เพราะประชาชนต้องมีชีวิตอยู่หลังจากนี้ โดยจะหางบประมาณในการช่วยเหลือ เช่น ข้าวของเสียหาย

เมื่อถามว่าจะมีมาตราการช่วยเหลือเร่งด่วนหรือไม่ เพราะงบของรัฐบาลลงไปช้า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว่า จะไปลดกฎหมายบางตัวได้ที่ไหน เดี๋ยวก็จะบอกว่าเอาภาษีมาใช้ไม่ถูก แต่ต้องทำให้เร็ว โดยไม่ทิ้งระเบียบขั้นตอนกฎหมาย ไม่ใช่ไปแจก ซึ่งสื่อต้องช่วยกันอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ ไม่ใช่ไม่ได้เงินแล้วจะบอกว่า รัฐบาลชักช้า สู้คนโน้นคนนี้ไม่ได้ งบตรงนี้ไม่ใช่เงินของนายกฯ แต่เป็นเงินของรัฐบาล เป็นภาษีของคนทั้งประเทศ การจะนำมาดูแลพี่น้องประชาชน ต้องมีขั้นตอนตามระเบียบ มิเช่นนั้นวันข้างหน้าจะโดนเรื่องทุจริต แล้วใครจะรับผิดชอบ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนจังหวัดอื่นๆ และ กทม.ที่มีฝนตกหนักเช่นกันก็ได้สั่งการไปแล้ว โดยเบื้องต้นได้เรียกผู้ว่าฯ กทม.มาสั่งการให้ดูแลเรื่องท่อระบายน้ำ โดยผู้ว่าฯรับปากจะดูแลให้ดีที่สุด ทั้งการจราจรและน้ำท่วม เพราะถือเป็นปัญหาของประเทศไทย ไม่ใช่เอาเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเป็นราว มาวุ่นวายกันหมดแล้วจะมีอะไรดีขึ้นหรือไม่ สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมวันนี้ ต้องดูข้อเท็จจริงให้เห็นกับตา ที่นายกฯต้องเดินทางไปอุบลฯรอบสองนั้น เพราะอยู่ในขั้นตอนการเตรียมการการฟื้นฟู โดยจะลงไปดูว่ามีมาตรการใดเพิ่มเติมได้อีกบ้าง สามารถที่จะเพิ่มเติมจากบรรทัดฐานปกติได้หรือไม่ มีงบประมาณใช้ได้หรือไม่ เพราะปัญหาต้องช่วยกัน

“เมื่อเช้าก็เห็นว่าโทรทัศน์มีการรายงานสถานการณ์น้ำท่วม บางช่องรายงานโดยนั่งกลางน้ำ แล้วบอกว่าน้ำท่วมลึก ก็น้ำมันท่วมเข้าใจไหม ก็ต้องให้กำลังใจประชาชน ว่ารัฐบาลกำลังดูแลอยู่ ไม่ใช่มาบอกว่ารัฐบาลล่าช้า แต่ถ้าใช้เร็วติดคุกไหมเหมือนที่ผ่านมา สื่อพูดเรื่องแบบนี้บ้าง”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ได้ปรับแผนการทำงานในการตรวจเยี่ยมประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมหลายอัน ซึ่งจริงๆ นายกฯมีงานทุกวันอยู่แล้ว คำว่างานไม่ได้หมายถึงไปจ๊อบนั้นจ๊อบนี้ แต่เป็นงานเอกสารต่างๆ ของทุกกระทรวงที่จะต้องลงนามและอ่านเอกสารทั้งวัน ในการประชุมปลัดกระทรวง ซึ่งมีผู้เกษียณอายุราชการ ได้อวยพรมอบของที่ระลึกให้เขาภูมิใจที่เป็นข้าราชการที่ดีของแผ่นดิน จากนั้นได้มอบหมายนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ประชุมต่อ และที่สำคัญตนต้องเดินทางไปต่างประเทศ 21-27 ก.ย.นี้ แม้ช่วงนั้นจะไม่อยู่ในประเทศไทย แต่ได้มอบหมายงานต่างๆ ไว้หมดแล้วในที่ประชุม ครม. ซึ่งก็เป็นห่วงเรื่องน้ำท่วม เดี๋ยวกลายเป็นว่านายกฯ จะหายไปไหนอีก มันไม่ใช่ ทุกอย่างตะเดินหน้าต่อไป

และสิ่งสำคัญที่สุดอีกคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราโชบายในการแก้ปัญหาน้ำท่วมมาให้กับรัฐบาลด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ซึ่งเราได้เริ่มดำเนินการตามแผนมาทั้งหมด และได้กราบบังคมทูลให้พระองค์ทรงทราบแล้ว พระองค์ทรงห่วงใย และให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะจิตอาสาที่ช่วยพี่น้องประชาชา

นายกฯกล่าวว่า ในส่วนของงบประมาณไม่ต้องเป็นห่วง รัฐบาลพยายามเร่งให้เร็วเต็มที่ ซึ่งการใช้จ่ายเงินจะไปหนักช่วงการเยียวยา และทำอย่างไรจะเยียวยาให้เร็วที่สุด ทั้งไร่นา และบ้านเรือน ซึ่งมีงบประมาณอยู่ รวมไปถึงการช่วยเหลือจาก ธ.ก.ส.ด้วย ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาได้เร็วจะต้องมีข้อมูลตรวจสอบความถูกต้องความเสียหาย ซึ่งต้องมาจากระดับล่าง ส่วนหนึ่งเราใช้จีสด้าตรวจสอบแล้วเป็นภาพถ่ายทางอากาศ แต่เราต้องเดินสำรวจด้วย

โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ว่าฯ นายอำเภอต้องมีส่วนดำเนินการตรงนี้ ถ้าจะให้รัฐบาลจ่ายเงินเร็วข้อมูลเหล่านี้ต้องเร็วและเรียบร้อย เพราะนี่คือการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผนดิน และการเยียวยาก็จะต้องทำอย่างยั่งยืน โดยขั้นต้นเป็นการเยียวยาเพื่อให้เขามีเงินใช้จ่ายในช่วงนี้ จากนั้นจะเป็นการเยียวยาการลงทุนเพาะปลูกฤดูกาลใหม่ ต้องมีเมล็ดพันธุ์พืช ต้นทุนการผลิต โดยได้เรียกกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ บูรณาการงบประมาณที่มาจากหลายกระทรวงให้ออกไปอย่างยั่งยืน ทั้งหมดอยู่ในแผน

“วันนี้ทุกคนต้องมีกำลังใจร่วมกันในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯลงมา พระองค์ทรงพระราชทานมาอย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างทุกเรื่อง พระองค์ทรงให้กำลังใจรัฐบาล เสนอแนวทางในการปฏิบัติซึ่งเราก็รับใส่เกล้าฯ นำมาสู่ในการปฏิบัติ พระองค์ทรงห่วงใย และให้เราทำงานอย่างมีแบบแผน เหมือนที่ทหารทำ” นายกฯกล่าว

นายกฯกล่าวอีกว่า ขั้นตอนที่ยากที่สุดคือขั้นตอนระหว่างเกิดภัย ประชาชนไม่มีความสุข ใจก็เครียด รัฐบาลก็ยิ่งเครียด เพราะคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะแก้ปัญหาไปให้ได้พร้อมๆ กัน ดังนั้น จึงคาดหวังจากสื่อที่จะช่วยกัน อะไรที่เป็นเรื่องไม่ได้สาระไม่จำเป็น ก็อย่าไปขุดคุ้ยให้มากมายเพราะเป็นการทำให้สังคมไม่สงบ แทนที่รัฐบาลจะใช้เวลาแก้ปัญหา ใช้สมองสติปัญญาในการแก้ปัญหา กลับต้องไปแก้ตรงอื่นอีก ขอให้ลดราวาศอกกันไปบ้าง ขอให้ย้อนกลับดูว่าสิ่งที่พูดกันมาทำความเสียหายอะไรบ้างในอดีต อย่าลืมอดีต

“มีคนบางคนพยายามจะให้ลืมอดีตที่เกิดความเสียหาย แล้ววันนี้มาเป็นคนดีทั้งหมด มันใช่ไม่ใช่ไม่รู้ ก็อาจจะดีก็ได้ อาจจะใช่ก็ได้ แต่ต้องถามเจตนารมณ์ว่าบริสุทธิ์ใจแค่ไหนอย่างไรในสิ่งที่ทำที่ผ่านมา ดูพฤติกรรมก็แล้วกัน ขอร้อง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

บทความก่อนหน้านี้‘อลิอันซ์’ เปิดรายงาน ‘ความมั่งคั่งทั่วโลก’ พบสินทรัพย์การเงินไทยขยายตัวน้อยสุด
บทความถัดไปกรมควบคุมโรคแจง ‘อหิวาห์แอฟริกาในสุกร’ ยังไม่พบการระบาดในไทย