‘วิษณุ’ แจงปมถวายสัตย์ ยึดแนวศาล รธน.เป็นความสัมพันธ์ ‘ครม.’ กับ ‘พระมหากษัตริย์’

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า จากวันที่ 16 กรกฏาคมที่ผ่านมา ครม.ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้ทำเฉพาะพระพักตร์ และต่อหน้าคนหลายคน ไม่ได้เป็นเรื่องลึกลับซับซ้อนอะไร และไม่ได้มีการหยิบสลับบัตรอะไร ทั้งนี้ มีอดีตนายกฯเพียงคนเดียวเท่านั้น คือ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯเพียงคนเดียวที่ไม่ได้ล้วงกระเป๋าหยิบอะไรขึ้นมา เพราะท่านจำได้ แต่คนอื่นต่อให้จำแม่น แต่ก็กลัวพลาดล้วงจากกระเป๋าเสื้อทั้งนั้น เช่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ตนไม่ทราบเบื้องหน้า เบื้องหลัง แต่สามารถอธิบายได้ด้วยประโยคเดียวเท่านั้น คือ การถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลกับพระมหากษัตริย์ คำนี้ ตนไม่ได้พูดขึ้นเอง เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 161 ด้วย อธิบายว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นเรื่องที่ต้องการยืนยันต่อองค์ผู้ใช้อำนาจอธิปไตย ซึ่งหมายถึงพระมหากษัตริย์ นี่ไม่ใช่หลักราชาธิปไตย แต่เป็นหลักประชาธิปไตยที่รัฐธรรมนูญเขียนแบบนี้หลายฉบับแล้ว

 

“เพื่อยืนยัน ให้เกิดความไว้วางใจในตัวผู้กล่าวคำปฏิญาณนั้น ซึ่งหมายถึงพระมหากษัตริย์ ซึ่งไว้วางใจในตัวผู้ปฏิญาณนั้น รัฐบาลอาจจะผิด ผมอาจจะผิด นายกฯอาจจะผิด แต่เราเข้าใจตามที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) บัญญัติไว้แบบนั้น แต่จะว่าผิดก็คงไม่ใช่ เพราะในคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา เขียนเอาไว้ในคำวินิจฉัย ว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นความสัมพันธ์ระหว่างครม.กับพระมหากษัตริย์ เป็นการยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างครม.กับพระมหากษัตริย์ และเมื่อสิ้นสุดถ้อยคำถวายสัตย์ปฏิญาณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำรัสให้ปฏิบัติหน้าที่ถือเป็นพระบรมราชานุญาต และรัฐบาลได้ปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา” นายวิษณุกล่าว

นายวิษณุกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ความเห็นของศาลรัฐธรรมนูญ การถวายสัตย์ปฏิญาณของ ครม.ไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด จึงชี้ไม่ได้ว่าถูกหรือผิด แล้วศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ชี้ด้วย สภาก็เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ จึงไม่มีอะไรต้องไปวิตก ไม่มีอะไรโจ่งแจ้ง เพราะยังไม่มีใครพูดอะไรเลย ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้พูด เมื่อไม่มีใครพูดก็ไม่มีใครชี้ รัฐบาลมีหน้าที่ก้มหน้าก้มตาปฏิบัติงานไปด้วยกำลังใจ และความมุ่งมั่น ที่จะปฏิบัติให้เป็นไปตามคำถวายสัตย์ปฏิญาณ และพรที่พระราชทานมา

ด้าน นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอใช้สิทธิพาดพิงว่า สิ่งที่นายวิษณุชี้แจงคือ การถวายสัตย์ 4 กลุ่ม คือ องคมนตรี ครม. ตุลาการ และผู้พิพากษา มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ต่อให้กล่าวไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ แต่พระมหากษัตริย์มีพระราชดำรัสรับ ถือว่าสมบูรณ์แล้วใช่หรือไม่ อยากให้ตอบชัด เพื่อเป็นบรรทัดฐานครั้งต่อๆ ไป นับจากนี้เรามีแนวแบบนี้ใช่หรือไม่

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิษณุไม่ได้ตอบข้อซักถามของนายปิยบุตรว่า นับจากนี้บรรทัดฐานการถวายสัตย์จะเป็นอย่างไร

 

บทความก่อนหน้านี้“อนุดิษฐ์” อัด “บิ๊กตู่” นั่งฟังอภิปรายปมถวายสัตย์ฯ อยู่ตลอด แต่ไม่ลุกแจงสักคำ
บทความถัดไป‘สุทิน’ เปรียบถ้า ‘ทักษิณ’ ทำแบบ ‘บิ๊กตู่’ คงแหลกเป็นจุล ถามแบบนี้จะปรองดองยังไง