‘ธรรมนัส’ สั่งเร่งยึดคืนที่ดิน ส.ป.ก. แจกคนจน เล็งฟัน ขรก. เอี่ยวใช้ที่ผิดกฎ

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายเพื่อเป็นแนวทางการทำงาน แก่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ว่า ได้สั่งการให้นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. เร่งรัดการดำเนินงานในเรื่องการจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรและประชาชนที่ไร้ที่ทำกิน โดยได้เรียกประชุมปฏิรูปที่ดินจังหวัด ทั้ง 72 จังหวัด มารับนโยบายเพื่อเร่งรัดการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ซึ่งจะเริ่มจากการสำรวจที่ดิน ส.ป.ก. ของแต่ละจังหวัด ที่ได้แจกจ่ายให้ประชาชนไปก่อนหน้านี้ ว่ามีการอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ถูกต้องตามวัตถุประสงค์หรือไม่ หากไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์หรือเป็นที่รกร้าง ก็จะดำเนินการยึดคืนเพื่อรวบรวมและจัดสรรให้ประชาชนในรูปแบบสหกรณ์ ดังนั้นต้องรู้ก่อนว่า พื้นที่ส.ป.ก.ไหนเป็นของเกษตรกรตัวจริง หากมีการสวมสิทธิ์ หรือขายสิทธ์ให้นายทุนจะขอยึดคืนเพื่อแจกให้คนจนไม่มีที่ทำกิน
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า ความจริงการสำรวจไม่น่าจะยาก เพราะส.ป.ก.จังหวัด รู้หมดว่าในพื้นที่ที่ดินส.ป.ก.แปลงไหนเป็นของใคร และยังเป็นของเกษตรกรอยู่หรือไม่ จะถือโอกาสนี้ดำเนินการโยกย้าย หรือเอาผิดอย่างจริงจังกับข้าราชการที่หลับตาข้างหนึ่งทำเป็นมองไม่เป็นความผิดปกติ การใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งมีที่ส.ป.ก.จำนวนหลายแสนไร่ ที่มีการขอสัมปทานทำเหมือง ปลูกปาล์ม ปลูกยาง แต่หมดอายุสัมปทานแล้ว จะไม่มีการต่อหรือขยายอายุสัมปทาน จึงจะขอคืนเพื่อดำเนินการนำมาแจกให้กับเกษตรกรตัวจริง

ส่วนของที่ดินที่มีการจัดสรรให้กับเกษตรกรจะต้องมีความพร้อมด้านสาธารณูปโภค ได้แก่ น้ำ ไฟ และถนน เป็นต้น ซึ่งทางกระทรวงเกษตรฯ จะขอความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทยในการดูแลด้านสาธารณูปโภค และจะร่วมมือกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องในการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันต่อไป นอกจากนี้ ยังสั่งการให้มีการติดตามและประเมินผลการบังคับใช้กฎหมายใหม่ของ ส.ป.ก. ที่เกี่ยวข้อง ว่ามีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับบริบทในปัจจุบันหรือไม่ โดยจะได้เร่งรัดการดำเนินงานในที่ดินนำร่อง 509 ไร่ ที่จังหวัดเชียงราย ไปพร้อมกับที่ดินที่ไม่ติดปัญหาในจังหวัดอื่นๆ เพื่อจัดสรรให้ประชาชนได้มีที่ดินทำกินมีอาชีพที่มั่นคงต่อไป

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องการนำโฉนดที่ดิน ส.ป.ก. ยื่นขอกู้เงินกับธนาคารสามารถทำได้อยู่แล้ว แต่จะสามารถขอกู้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้เท่าไหร่ หรือรายละเอียดจะเป็นอย่างไรต้องมีการหารือกันอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การที่จะปล่อยกู้เงินเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด ตนมองว่าควรมีการส่งเสริมอาชีพควบคู่ไปด้วย อาทิ การส่งเสริมอาชีพในรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่ เป็นต้น เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรอีกช่องทางหนึ่ง

บทความก่อนหน้านี้‘อนุทิน’ แจง ครม.ไม่ลงพื้นที่น้ำท่วม หวั่นสร้างภาระ ยัน จนท.ทำสุดความสามารถ
บทความถัดไปพลังประชารัฐ ดึงเช็ง! คนชิงผู้ว่าฯกทม.พรรค เพราะยังไม่รู้ว่าจะเลือกตอนไหน