‘อนุทิน’ ถก ‘เครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพ’ ลั่นไม่ทอดทิ้ง ยันได้คืนเงินกองทุนเฉพาะโรค500ล.

เมื่อวันที่ 16 กันยายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเชิญกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ และเครือข่าย นำโดย นายนิมิตร์ เทียนอุดม ตัวแทนกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ หารือแนวทางการพัฒนาระบบสาธารณสุข ซึ่งใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง ว่า จากการหารือ บางเรื่องสามารถดำเนินการได้ จึงให้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าว เน้นอะไรก็ตามที่ประโยชน์ต่อประชาชน ไม่ขัดกฎหมาย และทำให้การบริการทางการแพทย์มีประสิทธิภาพดีขึ้นก็จะดำเนินการ

“เรื่องที่สามารถดำเนินการได้ทันที เช่น เรื่องงบกองทุนเฉพาะโรคกว่า 600 ล้านบาท ที่ถูกตัดไป ขณะนี้สำนักงบประมาณคืนมา 500 กว่าล้านบาท แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ อย่าได้เป็นกังวล  สธ.ยืนยันไม่ทอดทิ้งกลุ่มคนเหล่านั้น หากมีความจำเป็นจะหางบประมาณมาดำเนินการให้เพียงพอ ซึ่ง สธ.มีงบบริหารกว่าแสนล้านบาท ที่ขาดอีก 170 ล้านบาท หากจำเป็นต้องใช้ก็หามาได้” นายอนุทิน กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงการพิจารณารวมกองทุน นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน และหลายกระทรวง สธ.ไม่สามารถตอบได้ แต่ก็ได้มีการเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการศึกษา โดยมีกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักปลัด สธ. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เป็นต้น ยอมรับว่าปัจจุบันเป็นรัฐบาลผสมที่มีหลายพรรคการเมือง บางครั้ง สธ. ไม่ได้ควบคุมนโยบายทั้งหมด จึงจะต้องใช้เวลาศึกษาว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างไร แต่หากอยู่ภายใต้อำนาจของรัฐมนตรีว่าการ สธ.ก็จะทำทันที ไม่ว่าจะทั้งแก้กฎหมาย เพิ่มกฎหมาย และร่างกฎหมาย รวมถึงความท้ายที่มีความหลากหลายของขั้นตอน ก็จะพยายามทางหาทางแก้ไขปัญหา แต่หากต้องแก้กฎหมาย ต้องนำเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ก็ไม่อยากทำ เพราะเป็นเรื่องยาก

ด้านนายนิมิตร์ กล่าวว่า จากการหารือ เห็นว่ารัฐมนตรีว่าการ สธ.หนักใจในหลายประเด็น โดยเฉพาะ 1.เรื่องให้พิจารณาการรวมกองทุน หรือการบูรณาการระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งนายอนุทินสนใจ แต่ก็หนักใจค่อนข้างมาก และ 2.อยากให้ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมมีสิทธิที่จะเลือกว่าจะใช้บัตรทอง หรือประกันสังคม เพราะผู้ประกันตนเป็นคนกลุ่มเดียวที่จะต้องจ่ายค่าสุขภาพเอง หากทำได้จะช่วยแก้ปัญหาการเลือกปฏิบัติ ไม่ต้องจ่ายเงินตัวเองกว่าร้อยละ 1 ซึ่งเรื่องนี้ได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษา เพื่อหาทางออกและเครือข่ายจะเข้าไปมีบทบาทในคณะกรรมการ เพื่อขับเคลื่อน 2 ประเด็นดังกล่าว

“ส่วนเรื่องที่นายอนุทินฟันธงไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกับเครือข่าย ได้แก่ เรื่องโครงการยกเลิกการสร้างศูนย์การแพทย์ของกรมการแพทย์ ซึ่งเป็นการสร้างโรงพยาบาลร่วมกับเอกชน ส่วนเรื่องที่จะนำเข้าสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้เกิดการพิจารณา ได้แก่ การให้ สปสช. จัดซื้อยารวมเพื่อทำให้เกิดประสิทธิภาพ คาดว่ามีแนวโน้มให้ สปสช.จัดจัดซื้อยารวมเหมือนเดิม และเรื่องการเพิ่มคนไทยตกสำรวจที่มีสิทธิให้เข้าสู่กองทุนคืนสิทธิซึ่งบริหารจัดการโดย สธ.อยู่แล้ว นอกจากนี้ เรื่องการเก็บเงินจากผู้ป่วยบัตรทองของคลินิกนอกเวลา ต่อไปนี้หากถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายนอกเวลา ให้เก็บใบเสร็จไว้และมาร้องเรียน เพื่อขอทำการเรียกเงินคืน หรือส่งใบเสร็จร้องต่อปลัด สธ.โดยตรง” นายนิมิตร์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประเด็นที่เครือข่ายกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ประกอบด้วย 7 ประเด็น ได้แก่ ได้แก่ 1.การรวมกองทุน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรมของระบบสุขภาพให้เป็นมาตรฐานเดียว 2.การให้สิทธิ์ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมสามารถเลือกใช้สิทธิ์บัตรทองได้ 3.การเก็บค่าบริการนอกเวลา 4.ทวงเงินนอกงบเหมาจ่ายรายหัว หรือ งบกองทุนเฉพาะโรค กว่า 600 ล้านบาท ที่ถูกสำนักงบประมาณตัดไปกลับคืนมา 5.เรื่องกองทุนผู้ประสบภัยจากรถ โดยขอให้ตัดส่วนที่เป็นค่ารักษาพยาบาลมาให้ สปสช.บริหารจัดการ เพื่อความสะดวกกับประชาชนที่จะไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลก่อน 6.ขอให้ยกเลิกการสร้างศูนย์การแพทย์ของกรมการแพทย์ และ 7.พิจารณาให้สปสช.ดำเนินการจัดซื้อยารวมในระบบหลักประกันสุขภาพเช่นเคย

 

บทความก่อนหน้านี้“สนธิรัตน์” แจงพร้อมรับวิกฤตน้ำมันซาอุฯ เตรียมถก กบง.17 ก.ย.นี้
บทความถัดไปศาลสั่งจำคุก 2 เดือน “ระพิพรรณ” เมียกี้ร์ ยื่นหนี้เท็จ- ริบ 42 ล. รวยผิดปกติ ออกหมายจับ