“สนธิรัตน์” แจงพร้อมรับวิกฤตน้ำมันซาอุฯ เตรียมถก กบง.17 ก.ย.นี้

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีซาอุดิอาระเบียถูกโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน ว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวตนได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้ตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง หวังสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนไม่ให้เกิดความวิตกกังวล และจะนำผลการหารือดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) นัดพิเศษ ในวันที่ 17 กันยายนนี้

ทั้งนี้ ทางกระทรวงฯได้เตรียมการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิง (ซัพพลาย) ซึ่งไทยได้มีการพึ่งพาการนำเข้าจากประเทศซาอุดีอาระเบียประมาณ 170,000 บาเรลล์ต่อวัน ถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่น่ากังวลเพราะสามารถกระจายการนำเข้าจากแหล่งอื่นได้ เช่น แหล่งน้ำมันจากชั้นหินดินดานของสหรัฐ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แอฟริกา และโอมาน เป็นต้น ขณะเดียวกันไทยมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบประมาณ 3,366 ล้านลิตร ปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างขนส่งอีก 1,193 ล้านลิตร น้ำมันสำเร็จรูป 1,848 ล้านลิตร รวมจำนวนวันที่สามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้ทั้งหมด 54 วัน ส่วนปริมาณสำรองก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ภาคครัวเรือนมีประมาณ 131 ล้านกิโลกรัม สำรองได้ 23 วัน แต่หากรวมการใช้แอลพีจี ของภาคอุตสาหกรรม และภาคขนส่งแล้วจะทำให้จำนวนวันสำรองที่ใช้แอลพีจี ได้อยู่ที่ 12 วัน

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า หากมีความจำเป็นต้องดูแลตนยืนยันว่าไทยยังมีกลไกกองทุนน้ำเชื้อเพลิงที่มีสถานะเงินสดหมุนเวียนประมาณ 39,400 ล้านบาท สามารถใช้ในการดูแลรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ปรับขึ้น 1 บาท อาจต้องใช้เงินกองทุนฯดูแลประมาณ 1,500 ล้านบาท

“ยอมรับว่าราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นทุก 1 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาน้ำมันของไทยปรับขึ้นประมาณ 20 สตางค์ ซึ่งจากทิศทางราคาน้ำมันของเช้าวันที่ 16 กันยายน 2562 ปรับขึ้นไป 12% คิดเป็นราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นประมาณ 6-7 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยเปิดตลาดในช่วงเช้าราคาปรับขึ้นไปทะลุระดับ 71 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่ระหว่างวันราคากลับเคลื่อนไหวปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 67 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เป็นภาวะที่ยังผันผวน จึงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปอย่างใกล้ชิด” นายสนธิรัตน์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบเร็วและรุนแรงมากน้อยแค่ไหนต่อราคาน้ำมันดิบและราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ จึงต้องติดตามใกล้ชิดโดยเฉพาะภายใน 48 ชั่วโมงนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์ เนื่องจากต้องประเมินว่าสถานการณ์สามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้แค่ไหน ซัพพลายกลับคืนมาระดับใด สามารถชดเชยในส่วนที่สูญเสียไปจากโรงกลั่นที่เกิดเหตุได้เท่าไหร่ และส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง โดยขณะนี้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศยังไม่ได้มีการปรับขึ้นแต่อย่างใด ซึ่งกระทรวงฯและผู้ค้าได้มีติดตามสถานการณ์และมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดต่อไป

ด้านนายสุรงค์ บูลกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่ซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน ต้องยอมรับว่าจะมีปัญหาต่อน้ำมันสำเร็จรูปในระยะสั้น เนื่องจากเป็นการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันทำให้ผลผลิตหายไป 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่คาดว่าไม่น่าจะมีผลต่อราคาน้ำมันดิบ

บทความก่อนหน้านี้ชาวเน็ตรุมถล่ม เพจFCลุงตู่ ปมดราม่า ช่วยน้ำท่วมอุบลฯ ‘เอาเวลาโทษรัฐบาลอื่นไปทำงาน’
บทความถัดไป‘อนุทิน’ ถก ‘เครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพ’ ลั่นไม่ทอดทิ้ง ยันได้คืนเงินกองทุนเฉพาะโรค500ล.