‘ไทย-แพน’ ยันประกาศอียูชี้ ‘คลอร์ไพริฟอส’ ทำลายสมองเด็ก งง! คกก.วัตถุอันตรายไม่แบนอ้างข้อมูลไม่พอ

วันที่ 16 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือ ไทย-แพน (Thai-PAN) ได้โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก “เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN)” ถึงกรณีคณะกรรมการวัตถุอันตราย ลงมติด้วยเสียง 16 ต่อ 5 ไม่ยกเลิกการใช้สารคลอร์ไพริฟอสในแปลงเกษตร โดยอ้างว่าไม่มีหลักฐานเรื่องความไม่ปลอดภัยเพียงพอ แต่เครือข่ายไทย-แพน กลับพบว่า เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2562 องค์การความปลอดภัยอาหารแห่งยุโรป (European Food Safety Authority: EFSA) ได้ออกคำแถลงยืนยันว่า สารคลอร์ไพริฟอส ซึ่งนิยมใช้ในผักและผลไม้ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการต่อระบบประสาทและสมองของเด็ก แม้จะมีปริมาณน้อยที่สุดก็ตาม ซึ่งสวนทางกับมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ยังอนุญาตให้มีการใช้สารพิษร้ายแรงนี้ต่อไป ทั้งๆ ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และหน่วยงานด้านสุขภาพของประเทศ เสนอให้ยกเลิกสารอันตรายดังกล่าว

ทั้งนี้ข้อความดังกล่าว ระบุว่า

“ในขณะที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายลงมติด้วยเสียง 16:5 ไม่แบนคลอร์ไพริฟอส โดยอ้างว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอเรื่องความไม่ปลอดภัย ล่าสุด (31 สิงหาคม 2562) EFSA องค์การความปลอดภัยอาหารแห่งยุโรป (European Food Safety Authority) ได้ออกคำแถลงยืนยันว่า คลอร์ไพริฟอสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชซึ่งนิยมใช้ในผักและผลไม้ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการต่อระบบประสาทและสมองของเด็กแม้จะมีปริมาณน้อยที่สุดก็ตาม โดยมีหลักฐานยืนยันทั้งในสัตว์ทดลองและข้อมูลระบาดวิทยา อีกทั้งมีผลต่อระบบสืบพันธุ์ (ชั้น 1B)

ทั้งนี้โดยสรุปว่า “ไม่สามารถกำหนดระดับการได้รับสารคลอร์ไพริฟอสที่ปลอดภัยได้ และไม่เข้าหลักเกณฑ์สำหรับการต่ออายุการใช้ได้อีก”

คำประกาศของ EFSA ทำให้การใช้คลอร์ไพริฟอสซึ่งทะเบียนจะหมดอายุในวันที่ 31 มกราคม 2563 จะถูกแบนโดยสิ้นเชิง โดยก่อนหน้านี้ประเทศในยุโรปจำนวนมาก เช่น เดนมาร์ก ฟินแลนด์ เยอรมนี
ไอร์แลนด์ ลัตเวีย ลิธัวเนีย สโลวีเนีย สวีเดน นอรเวย์ ไอซ์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ ได้แบนสารพิษนี้ไปก่อนแล้ว (ส่วนประเทศอื่นๆ ในยุโรปก็เข้มงวดในการใช้มาก เช่น อังกฤษ อนุญาตแค่พืชเพียงชนิด
เดียวเท่านั้น เป็นต้น)

นอกเหนือจากยุโรป ประเทศต่างๆ ได้ทยอยแบนคลอร์ไพริฟอสแล้ว เช่น จีน เยเมน แอฟริกาใต้ มอลต้า และเวียดนาม

ส่วนในประเทศไทยคณะกรรมการวัตถุอันตราย กลับสวนทางข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานด้านสุขภาพของประเทศ อนุญาตให้มีการใช้สารพิษร้ายแรงนี้ต่อไป โดยลงมติยืนยันเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 ด้วยเสียง 16 ต่อ 5 เสียง

เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษร้ายแรง 686 องค์กร ได้แถลงแสดงเศร้าสลดต่อการลงมติดังกล่าว และตั้งข้อสังเกตว่า มีกรรมการที่มีส่วนได้เสียทั้งโดยตรงและโดยอ้อมอยู่ในกระบวนการและการลงมติของคณะกรรมการชุดดังกล่าว”

บทความก่อนหน้านี้สำเนา “แม่แห่งแผนที่ปินส์” ถูกประมูล 30 ล้าน หลักฐานสำคัญหักล้างจีนอ้างสิทธิ
บทความถัดไป“วิรไท” ชี้ การศึกษา-เรียนรู้ตลอดชีวิต สร้างภูมิคุ้มกันคนไทยรับมือความท้าทาย