“พิชัย” ถาม “บิ๊กตู่” จะตอบโลกเรื่อง “ธรรมนัส”อย่างไร วอนอย่าทำไทยเป็น บานาน่ารีพับลิก หมดความน่าเชื่อถือ

“พิชัย” ถาม “บิ๊กตู่” ประธานอาซียน จะตอบสังคมโลกอย่างไรเรื่อง “ธรรมนัส” วอน อย่าทำไทยเป็น บานาน่ารีพับลิก จะหมดความน่าเชื่อถือ จี้ รัฐบาลต้องสืบหา 3 คนที่เกี่ยวข้องในคดี

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า ข่าวของนายธรรมนัส ได้กระจายไปทั่วโลกแล้วโดยสื่อหลักต่างประเทศได้ลงข่าวเพิ่มกันอีก ซึ่งมีทั้ง Washington Post, New York Times และ The Times ของลอนดอน ฯลฯ อีกทั้ง นสพ. The Sydney Morning Herald ก็ยังคงตีข่าวเพิ่มแทบทุกวันตอกย้ำข้อมูลโดยเฉพาะการยืนยันเอกสารจากศาลออสเตรเลีย จึงอยากถามพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานอาเซียน จะตอบสังคมโลกอย่างไร

ทั้งนี้ เป็นที่ทราบดีว่าสื่อหลักระดับโลกจะต้องมั่นใจในข้อมูลจึงกล้าเสนอข่าว เพราะถ้าลงข่าวผิดจะถูกฟ้องร้องได้ ไม่ใช่เป็นสื่ออวตารลงมั่วๆ เหมือนที่ถูกกล่าวหา ดังนั้น การที่ปีนี้ประเทศไทยมีโอกาสเป็นประธานอาเซียน ก็น่าจะเป็นโอกาสที่จะทำให้ประเทศไทยได้ฟื้นฟูชื่อเสียงที่สูญเสียไปในช่วงของการปฎิวัติให้กลับคืนมา แต่เรื่องนี้กลับยิ่งทำให้ประเทศไทยเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียงหนักมากขึ้น

โดยไม่อยากให้นานาชาติคิดว่าไทยได้กลายเป็น บานาน่ารีพับลิก ไปแล้ว ซึ่งชื่อนี้เป็นชื่อที่ใช้ขนานนามประเทศที่ไม่มีหลักการ ไม่มีความมั่นคงทางการเมือง มีการปฏิวัติกันตามใจชอบ ไม่รักษาภาพพจน์ เศรษฐกิจย่ำแย่ มีการเอื้อประโยชน์เฉพาะชนชั้นสูงและชนชั้นปกครอง และมีผู้นำและรัฐมนตรีถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ฯลฯ ซึ่งในอดีต นานาชาติจะใช้ขนามนามหลายประเทศในแถบทวีปอเมริกาใต้ แม้กระทั่งในปัจจุบันประเทศเหล่านี้ก็ยังคงมีปัญหาทางการเมืองและปัญหาทางเศรษฐกิจกันอยู่เลย

แม้ว่าปัจจุบันไทยจะมีการแจกกล้วย (บานาน่า) โดยเปรียบนักการเมืองจากพรรคเล็กเป็นลิงก็ตาม แต่หากประเทศไทยกลายเป็น บานาน่ารีพับลิกในสายตาของชาวโลก ประเทศไทยก็จะหมดความน่าเขื่อถือและจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจที่กำลังย่ำแย่ของไทย

ขนาดเรื่องคดีปล่อยกู้แบงค์กรุงไทยที่มีการวิพากษ์วิจารณถึงบทบาทของ นาย อุตตม ยังสร้างความเสียหายและทำให้ความเชื่อมั่นของรัฐบาลหดหายมากแล้ว เรื่องนายธรรมนัสจะยิ่งทำให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียหนักยิ่งกว่าเดิมมาก ดังนั้นรัฐบาลจะต้องไม่นิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้กระทั่งเรื่องข้อมูลการจบการศึกษาระดับปริญญาเอก ถ้าไม่ตรงกับความจริงก็ยิ่งจะตอกย้ำความไม่น่าเชื่อถือและจะเป็นการให้ข้อมูลเท็จกับทางราชการใช่หรือไม่

ทั้งนี้หากรัฐบาลต้องการยืนยันข้อมูลของคดีที่แท้จริงก็สามารถร้องขอข้อมูลเอกสารตัวจริงจากศาลออสเตรเลียได้โดยตรง และเมื่อได้เอกสารที่แท้จริงแล้วและหากตรงตามที่สื่อออสเตรเลียเสนอข่าว รัฐบาลก็ควรจะต้องเร่งดำเนินการหาบุคคลอีก 3 คน ที่ชื่อ Wera, Manop, Pisarn ที่ถูกกล่าวถึงว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิดในคดี และเป็นทหารนอกประจำการ เพื่อนำมาสอบสวนในคดีและอาจจะต้องดำเนินคดีหากมีความผิดตามที่ถูกกล่าวถึงจริง ทั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเอาจริงเอาจังกับปัญหาการค้ายาเสพติด

ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าหลังจากเลือกตั้งแล้ว รัฐบาลพลเอกประยุทธ์แทนที่จะนำพาประเทศให้เจริญก้าวหน้า สร้างภาพพจน์ให้เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ กลับมีแต่เรื่องทางด้านลบและมีข้อครหามากมายมาโดยตลอด ภาพพจน์รัฐบาลกลับยิ่งแย่กว่าสมัยที่อยู่ในช่วงปฏิวัติเสียอีก หากเป็นเช่นนี้โอกาสของประเทศไทยที่จะพัฒนาและก้าวหน้าต่อไปก็คงจะลดลงไปเรื่อยๆ และประชาชนก็จะยิ่งลำบากเพิ่มขึ้นไปอีก

บทความก่อนหน้านี้ยานยนต์ สุดสัปดาห์/สันติ จิรพรพนิต/โตโยต้า ‘โคโรลล่า อัลติส’ ใหม่ ‘เรียบหรู-ไฮเทค’ พร้อมเครื่องไฮบริด
บทความถัดไปเชิงบันไดทำเนียบ : สัญญาณร่วม ! จาก ‘จตุพร – สนธิ – สุเทพ’ หมดยุค ‘ม็อบลงถนน’