‘สุวิทย์’ ชูมศว. เป็นตักศิลาดึงมรภ.ผลิตครูตอบโจทย์ศตวรรษที่21

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กับมหาวิทยาลัยวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร(มศว.) เมื่อเร็วๆนี้พร้อมบรรยายพิเศษถึงบทบาทของมหาวิทยาต่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติโดยดร.สุวิทย์กล่าวภายหลังมอบนโยบายว่ากว่า70 ปีที่ผ่านมามศว. ได้พัฒนาและหยั่งรากลึกมากในด้านการสร้างครูสังคมศาสตร์มนุษยศาสตร์ต่อมาก็มีการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์วิศวกรรมศาสตร์และด้านสุขภาพการแพทย์อีกทั้งยังมีเรื่องการสร้างนวัตกรรมต่างๆที่มีคุณค่าหรือValue Creation ผ่านการการคิดอย่างสร้างสรรค์ยกตัวอย่างผลงานเชิงประจักษ์เช่นการออกแบบจิวเวอรี่และการทอผ้าไหมไทยผ้าม่อฮ่อมเป็นต้นซึ่งในภาพใหญ่ถือว่ามีความสอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ20 ปีและยังตอบรับอว. ในเรื่องการสร้างคนสร้างองค์ความรู้และสร้างนวัตกรรมอีกด้วยมศว. เป็นมหาวิทยาลัยที่สามารถผสมผสานศิลปะและวิทยาศาสตร์ได้อย่างสมดุลและมศว. มี2 เรื่องที่สามารถหยิบยกขึ้นมาเป็นต้นแบบได้คือการค้นหาตัวเองทำให้มหาวิทยาลัยมีจุดเน้นจุดเด่นเฉพาะตัวและตอบโจทย์ประเทศได้

นายสุวิทย์กล่าวต่อว่า มศว. เปรียบเสมือนตักศิลาในการสร้างครูมีการสร้างองค์ความรู้เรื่องของครูมามากมายตนจึงอยากฝากให้ทำหน้าที่นี้ต่อไปเพื่อสร้างครูสร้างครูของครูสร้างครูในศตวรรษที่21 ผ่านการทำวิจัยเชิงระบบในเรื่องของการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งซึ่งสอดรับกับนโยบายของอว. ที่นอกจากจะมุ่งพัฒนาคนแล้วเรายังต้องการสร้างครูที่มีคุณภาพให้กับเด็กด้วยที่สำคัญหากเราสามารถกำหนดนโยบายการศึกษาและกระบวนการการเรียนรู้ในอนาคตได้ไม่ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินอยู่อย่างสมเหตุสมผลซึ่งตนก็ได้ฝากให้มศว. ไปขับเคลื่อนนอกจากนี้ตนยังเชื่อมั่นและมีความตั้งใจที่จะให้มศว. เป็นต้นแบบในการผลิตครูให้กับกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.) เนื่องจากภารกิจหลักมรภ.ข้อหนึ่งคือเรื่องการผลิตครูและหากมรภ.ทั้ง38 แห่งสามารถผลิตครูให้ตอบโจทย์ศตวรรษที่21 ได้อย่างสมบูรณ์และมีมาตรฐานคุณภาพที่ดีพอตนเชื่อว่าประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอนโดยกลุ่มมรภ.จะต้องเป็นเสาหลักของพื้นที่ตอบโจทย์คนส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งถือเป็นการการกระจายโอกาสอำนาจและความมั่งคั่งที่ต้องเริ่มต้นจากการกระจายองค์ความรู้แต่ต้องยอมรับว่าขณะนี้ภารกิจของมรภ.ค่อนข้างที่จะกระจายดังนั้นมรภ.จะต้องผนึกกำลังกันและหนึ่งในตักศิลาอยู่ที่มศว. ซึ่งทั้ง2 หน่วยงานจะต้องทำความร่วมมือกันทั้งเรื่องการสร้างคนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเรียนและการศึกษาสร้างความร่วมมือกันในลักษณะหุ้นส่วนถ้ามีการบูรณาการกันก็จะเกิดพลังขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้สามารถผลิตกำลังคนที่จะสามารถตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศโดยเร็วๆนี้ตนจะไปเยี่ยมกลุ่มมรภ. พร้อมกับนายสมชายสันติวัฒนกุลอธิการบดีมศว. เพื่อที่จะมานั่งหารือร่วมกันและยังกล่าวต่อว่า

ตนได้รับทราบมาว่าคณะศึกษาศาสตร์มศว. กำลังทำแผนบูรณาการพัฒนาต้นแบบครูของไทยด้วยงานวิจัยซึ่งตนมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต(Investment for the future) และได้ขอให้คณะศึกษาศาสตร์ทำการวิจัยในเรื่องนี้อย่างเป็นระบบเพราะเรื่องของครูคือเรื่องที่ยิ่งใหญ่ของการสร้างคนการเป็นครูต้องสร้างทั้งความเป็นครูและความเป็นคนมีจิตสาธารณะมีความรู้เชิงระบบของการศึกษาและการเรียนรู้ในศตวรรษที่21 ที่ลึกและกว้างพอเพื่อสร้างปัญญาให้เกิดขึ้นและได้ขอให้มศว. ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยและหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องโดยอาจศึกษาจากโมเดลการวิจัยเชิงระบบของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.) กระทรวงสาธารณสุขที่สำคัญโรงเรียนสาธิตมศว. ยังเป็นเสมือนสนามทดลองทดสอบลองของใหม่ๆเป็นรูปแบบของการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงทำให้เด็กกล้าที่จะล้มเหลวและทำลายตนเองก่อนที่คนอื่นจะทำลายเราซึ่งถือเป็นโมเดลทางการศึกษาที่น่าสนใจและนำไปปรับใช้กับโรงเรียนอื่นๆต่อไปได้รมว.อว.กล่าวในที่สุด

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กป้อม’สั่งเร่งช่วยเหลือประชาชนประสบอุทกภัยหนักที่อุบลฯ
บทความถัดไปต่างประเทศอินโดจีน : เกษตรกรรมที่เวียดนาม