รัฐเตรียมถกอสังหาฯ ออกมาตรการช่วยเหลือหลังตลาดติดลบ หวังหนนุธุรกิจคึกคักโตฃค้งท้ายปี’62

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เปิดเผยในงานงานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 41 ระหว่างวันที่ 12 15 กันยายน ที่ รอยัลพารากอน ฮอลล์ ชั้น5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดโดย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกขณะนี้มีความท้าทายและอาจแย่กว่าที่คาดการณ์ กระทบต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคและเศรษฐกิจไทย โดยภาคอสังหาริมทรัพย์ก็ได้รับผลกระทบไปด้วยจากการที่เศรษฐกิจชะลอตัวลง โดยช่วง 1-2 เดือนนี้จะมีการหารือร่วมกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ถึงประเด็นปัญหาที่ยังติดขัดและเป็นอุปสรรคของธุรกิจ เพราะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นธุรกิจที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจมีการจ้างงานจำนวนมากและเกี่ยวข้องกับธุรกิจอื่น ทั้งวัสดุก่อสร้างธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สำหรับประเด็นที่พบว่าเป็นปัญหามาก คือ ความเข้มงวดในการให้สินเชื่อ เกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่(มาตรการแอลทีวี) ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ซึ่งประชาชนอยากซื้อบ้านแต่กู้ไม่ได้เพราะธนาคารไม่อนุมัติคาดว่าจะมีมาตรการออกมาช่วยเหลือเพื่อดูแลให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยของตัวเอง และพยายามออกมาให้ทันภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งอาจจะเป็นมาตรการที่ผ่านธนาคารของรัฐซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คึกคักและมีการแข่งขันมากขึ้น

รัฐบาลพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนได้มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 3 แสนล้านบาท รวมถึงมาตรการดึงดูดการลงทุนต่างชาติ มาตรการด้านการส่งออก มาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีมาตรการด้านการท่องเที่ยว คาดว่าจะมีภาคอสังหาริมทรัพย์ตามมา โดยอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ(จีดีพี) ปีนี้คาดเติบโตกรอบ 2.7-3.2% และจากมาตรการต่างๆที่ออกมาน่าจะผลักกันให้ปีนี้จีดีพีเติบโตได้ที่3.0% ได้นายกอบศักดิ์ กล่าว

นายอธิป พีชานนท์ ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งปี 2562 จะติดลบ10% จากครึ่งปีแรกติดลบ10-15% หากภาครัฐไม่มีมาตรการเข้ามาช่วยเพราะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ และมาตรการแอลทีวีทำให้ครึ่งปีแรกมียอดปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยกว่า 40% และยังมีแนวโน้มสูงขึ้น ขณะที่ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลดลงโดยเฉพาะในตลาดคอนโดมิเนียมที่ติดลบ30% ส่วนโครงการแนวราบยังขยายตัวแต่ยังมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีนักกำลังซื้อซบเซาโดยเฉพาะในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมและภัยแล้งทำให้รายได้ของเกษตรกรลดลง

นายพจนารถ แสงพฤกษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานผลิตภัณฑ์เครดิต ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารมีแผนเจาะกลุ่มลูกค้ามนุษย์เงินเดือนมากขึ้นเพราะเป็นกลุ่มที่มีรายได้ประจำ ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการกลุ่มอาชีพอิสระ อาจจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ คาดว่าสัดส่วนลูกค้ามนุษย์เงินเดือนจะเพิ่มเป็น 60% จากปัจจุบันสัดส่วนลูกค้ามนุษย์เงินเดือนอยู่ที่ 50% โดยสินเชื่อของธนาคารยังขยายตัวได้ตามเป้าหมายคาดมีสินเชื่อใหม่ปัจจุบันมียอดปล่อยสินเชื่อแล้ว52,000 ล้านบาทจากเป้าหมาย 64,000 ล้านบาท และปัจจุบันสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 300,000 ล้านบาท ซึ่งประชาชนยังมีความต้องการที่อยู่อาศัยแต่ยังมีประชาชนที่กู้ไม่ผ่านเพราะประชาชนมีหนี้สูงเกินทำให้ธนาคารไม่สามารถที่จะปล่อยสินเชื่อได้

นายณัฐพล ลือพร้อมชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า หากภาครัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ทันภายในช่วงเดือนที่เหลือของปีนี้ คาดว่าจะช่วยผลักดันให้สินเชื่อคงค้างที่อยู่อาศัยอาศัยของธนาคารมากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ที่265,000 ล้านบาทจากยอดสินเชื่อคงค้างที่อยู่อาศัยอาศัยในปี 2561 อยู่ที่  240,000 ล้านบาท

 

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กตู่’ ห่วงใยชาวอุบลฯ เจอมวลน้ำ แนะตามข่าวใกล้ชิด กำชับหน่วยงานรัฐช่วยเต็มที่
บทความถัดไปศาลอุทธรณ์สั่งออกหมายจำคุกคดีที่สุด’จตุพร’ใหม่คดีหมิ่น’อภิสิทธิ์’