“อนาคตใหม่” รับหนังสือชาว “เพชรบูรณ์-พิษณุโลก” เรียกร้องสิทธิ-ข้อพิพาทป่าทับที่ทำกิน

วันที่ 12 กันยายน 2562 ที่อาคารรัฐสภาเกียกกาย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ​ พรรคอนาคตใหม่ นายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ​พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย พล.อ.พงศกร รอดชมภู, นายเกษมสันต์ มีทิพย์, น.ส.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ, นายอภิชาติ ศิริสุนทร, นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์, นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ รับหนังสือร้องเรียน กรณีปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และพิษณุโลก โดยกรณีข้อพิพาทที่บ้านสำนักหมั้น หมู่ที่ 1 ต.นางั่ว อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ชาวบ้านถูกกล่าวหาและจับกุมในข้อหาบุกรุกที่ จำนวน 26 คน ในเดือนมีนาคม ปี 2559 โดยกระบวนการหลอกชาวบ้านให้นำชี้แปลงเพื่อจะออกโฉนดให้ ชาวบ้านจึงเชื่อ แต่กลับกลายเป็นโดนดำเนินคดีแทน และอีกกรณีคือ ที่ทำกินของชาวบ้านทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติ อ.เนินมะปราง และ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก

นายพิธา กล่าวว่า จากข้อพิพาท 2 จังหวัดนี้เกิดจากพื้นที่ป่าทับที่ทำกินของชาวบ้าน ผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่าของรัฐบาล มีหลักฐานในแผนที่ว่า การกำหนดขอบเขตไม่ตรงกับหนังสือสำคัญที่หลวง เป็นข้อพิพาทระหว่างพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ วันนี้ชาวบ้านเดินทางมาขอความชัดเจนทางนโยบายในการเช่าที่ทำกิน ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบเดิมคือสหกรณ์นิคม ตามพระราชบัญญัติที่ดินและการครองชีพ การใช้ประโยชน์โดยตรงจากกรมป่าไม้ หรือแนวทางนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน ในการจัดหาที่ดินทำกิน ในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ พรรคอนาคตใหม่เห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องหามาตรการระยะสั้นเฉพาะกาล ในการทุเลาปัญหาเหล่านี้เพื่อพี่น้องประชาชน ในฐานะที่ตนเป็นคณะกรรมมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ​และสิ่งแวดล้อม​ จะผลักดันวาระนี้เข้าสู่ที่ประชุมโดยด่วน ซึ่งครอบคลุม 4 พื้นในจังหวัดเพชรบูรณ์​และพิษณุโลก​

ด้านตัวแทนชาวบ้านจาก อ.นางั่ว เพชรบูรณ์​ ที่ ได้รับผลกระทบจากเจ้าหน้าที่รัฐ จำนวน 26 ราย ข้อหาบุกรุกที่หลวง กล่าวว่า อยากเรียกร้องเพียง ที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน และอยากให้ตรวจสอบเอกสารของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ใช้จับกุมชาวบ้านว่ามีข้อเท็จจริงแค่ไหน ขณะที่ตัวแทนจากเขาค้อ ที่ถูกดำเนินคดีกรณีบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติระบุว่า อยากบอกรัฐบาลผ่านสื่อมวลชนว่า ตนอยู่ที่ตรงนี้มานาน แต่พอวันนี้กลับโดนหลอกใช้ให้ชี้แปลงและถูกดำเนินคดี แต่ในพื้นที่เดียวกันห่างกันเพียงไม่กี่ร้อยเมตร มีรีสอร์ท​ของนายทุนกลับไม่โดนดำเนินคดี การเลือกปฎิบัติ​ภายในพื้นที่มีอยู่จริง และมีเพียงชาวบ้านที่ถูกดำเนินคดีเนื่องจากไม่ใช่กลุ่มนายทุน

ขณะที่ ตัวแทนชาวบ้านจาก อ.วังทอง และ อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ระบุว่า สิ่งที่ประชาชนในพื้นที่ต้องการคือ อยากได้เอกสารสิทธิ ไม่อยากเป็นผู้เช่า เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ได้อยู่มาก่อนประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติเสียอีก

บทความก่อนหน้านี้อนุสรณ์ ติปยานนท์ : หมกหมุ่นตัวเองท่ามกลางหมอกมืด
บทความถัดไป“มงคลกิตติ์” โว 20 ตร.ระดับนายพล มาร้องเรียนโยกย้ายไม่เป็นธรรม