“สหรัฐ-จีน” ชิงซีนถกรมต.เศรษฐกิจอาเซียน

สหรัฐ-จีนชิงหารือ รมต.อาเซียน สหรัฐ เดินหน้า TIFA and E3 Workplan หนุน ศก.ดิจิทัล เชิญ รมต.การค้า-ดิจิทัลเยือนสหรัฐ พ.ย.นี้ ด้านจีนเล็งเทงบฯ 130 ล้านหยวน หนุน 3 โครงการเชื่อมสัมพันธ์ R3A-RCEP ไร้ข้อสรุปถกต่อที่ดานัง 19-22 ก.ย.นี้

เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจออนไลน์รายงานว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หัวหน้าคณะฝ่ายไทยได้ร่วมหารือเวทีระดับทวิภาคีกับประเทศมหาอำนาจทั้งสหรัฐและจีน

โดยในวันที่ 9 กันยายน 2562 ได้หารือระหว่างรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-สหรัฐ ร่วมกับนายเจฟฟรีย์ แกร์ริช รองผู้แทนการค้าสหรัฐ ด้านเอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง และการแข่งขันทางอุตสาหกรรม ที่ประชุมรัฐมนตรีรับทราบผลการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงเกี่ยวกับการสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจต่อประเด็นการค้า ความตกลงด้านแรงงาน สิ่งแวดล้อม และความคืบหน้าการดำเนินการแผนงานความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างอาเซียน สหรัฐ (TIFA and E3 Workplan)

พร้อมกันนี้รัฐมนตรีเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีโทรคมนาคมของอาเซียนจะเดินทางเยือนสหรัฐ ระหว่างวันที่ 18-22 พฤศจิกายน 2562 เพื่อหารือถึงเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล

โดยอาเซียนขอบคุณสหรัฐที่ให้ความช่วยเหลือผ่านโครงการเติบโตอย่างมีส่วนร่วมกันในอาเซียนผ่านนวัตกรรม การค้า และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (IGNITE) โดยจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการต่าง ๆ เช่น ด้านการค้าดิจิทัล การจัดการภาวะแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่เหมาะสมต่อความร่วมมือใหม่ด้านยานยนต์ไฟฟ้า

รวมถึงการสนับสนุนระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน (ASEAN Sigle Window) และทราบความคืบหน้าการดำเนินการกรอบ US-ASEAN Connect 4 ด้าน คือ ด้านพลังงาน นวัตกรรม นโยบาย และธุรกิจ ตลอดจนความต่อเนื่องในการดำเนินโครงการ US-ASEAN Internship Programe ระหว่างสภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน และการเปิดโอกาสให้นักศึกษาอาเซียนฝึกงานในบริษัทของสหรัฐที่ตั้งในอาเซียน ทั้งนี้ สหรัฐเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของอาเซียน มีการค้าระหว่างกัน 2.6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 11.2%

ขณะที่ในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-จีน ที่ประชุมเห็นชอบยกระดับความร่วมมือ 3 เรื่อง คือ 1.การเปิดตลาดสินค้าเพิ่มเติมตามกรอบความตกลงอาเซียน-จีน ซึ่งได้เปิดเสรีมาตั้งแต่ปี 2548 2.ปรับปรุงกฎถิ่นกำเนิดสินค้าให้มีความทันสมัยเหมาะสมกับการค้ายุคใหม่ และ 3.เตรียมเปิดเสรีทางด้านการลงทุนในขณะที่ประเทศไทยได้เสนอขอใช้เงินกองทุนช่วยสนับสนุนการดำเนินการของอาเซียน และ 3 โครงการมูลค่าประมาณ 130 ล้านหยวน จากกองทุนช่วยสนับสนุนการดำเนินการของอาเซียนซึ่งมี 350 ล้านหยวน ประกอบด้วย โครงการการพัฒนาเส้นทาง R3A เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางจากคุนหมิง-เชียงราย เพิ่มโอกาสการค้าข้ามพรมแดนระหว่างกันมากขึ้น โครงการพัฒนานักธุรกิจ?รุ่นใหม่ และโครงการสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ระหว่าง CLMVT

ทั้งนี้ จีนถือว่าเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของอาเซียน มีมูลค่าการค้า 4.79 แสนล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 7% ของการค้ารวมของอาเซียน อีกทั้งอาเซียน-จีนมีข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ร่วมกันมา 15 ปีนับจากปี 2548

ส่วนผลประชุมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ที่ประชุมเห็นว่าจะหารือระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสรอบสุดท้ายในวันที่ 19-27 กันยายนนี้ ที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ก่อนจะเสนอผลสรุปในที่ประชุมระดับสุดยอดผู้นำอาเซียนในเดือนพฤศจิกายน เพื่อให้สามารถลงนามปี 2563

บทความก่อนหน้านี้“ชวน” แจง ปมเคยเป็นผู้ลงนามรับสนองฯ ปลด ร.อ.ธรรมนัส ช่วงที่เกิดคดีความ
บทความถัดไป“ศรีสุวรรณ”ร้องประธานสภาผู้แทนฯ สอบจริยธรรม “นวัธ” ตบ “ยุทธพงศ์”