พีระพันธุ์ ปลุกสู้เรื่องค่าโง่ ตอนนี้ทะลุหมื่นล้าน-แสนล้าน กลายเป็นขบวนการปล้นชาติแล้ว

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเห็นเรื่อง ถึงเวลาหยุดขบวนการปล้นชาติ  ระบุว่า

มีคนสอบถามผมมามากมายเกี่ยวกับความเป็นมาของกรณีพิพาทของ ส.ส. สองท่านค่ายเดียวกันในประเด็นรายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้า (บีทีเอส) ว่าเป็นมาอย่างไร และเหตุใดผมจึงไม่เป็นกรรมาธิการฯ ในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่เห็นผมร่วมอภิปรายเรื่องนี้ในสภาฯ ด้วย ผมขออนุญาตที่จะขยายความและเล่าเรื่องนี้ในครั้งต่อไป

วันนี้จะขอพูดถึง “ขบวนการปล้นชาติ” ก่อนครับ เพราะ กรณีพิพาทของ ส.ส. สองท่านในประเด็นนี้ ชี้ให้เห็นว่าตลอดเวลานับแต่เริ่มนำข้อพิพาทจากสัญญาที่ให้เอกชนเข้าจัดทำระบบคมนาคมเข้าสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ แล้วให้เข้าสู่การพิจารณาของศาลปกครองแทนศาลยุติธรรมในลำดับถัดไป โดยกำหนดให้สัญญาเช่นนี้เป็นสัญญาทางปกครองนับแต่ พ.ศ. 2542 นั้น กลุ่มคนที่เห็นช่องทางหาผลประโยชน์จากแนวทางนี้ได้เหิมเกริมหนักขึ้นทุกวัน เดิมเคยเรียกกันว่า “ค่าโง่” แต่วันนี้ผมเห็นว่ามันเป็น “ขบวนการปล้นชาติ” ไปแล้ว เพราะวงเงินความเสียหายของรัฐที่ประชาชนต้องร่วมรับผิดชอบผ่านการเสียภาษีนั้นมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จากระดับพันล้าน เป็นหมื่นล้าน ปัจจุบันเป็นแสนล้านบาทแล้ว ถึงเวลาแล้วที่จะต้องลงมืออย่างจริงจังจากทุกฝ่ายที่จะหาแนวทางหรือวิธีการอื่นเข้ามาแก้ไขข้อพิพาทที่เป็นกรณีพิพาทจริงๆ มิใช่กรณีพิพาทที่ถูกจัดฉากขึ้นมา เพื่อหยุดขบวนการปล้นชาตินี้ และต้องสืบสวนสอบสวนเอากลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับการปล้นชาติทุกกรณีที่ผ่านมามาลงโทษให้หมดทุกคน นี่ถ้าเป็นสมัยโบราณก็ไม่รู้ว่าการนำตัวคนพวกนี้ไปตัดหัวเจ็ดชั่วโคตรจะสาสมหรือไม่

ขณะนี้ผมกำลังยกร่างพระราชบัญญัติบัตรเครดิตตามที่เคยรับปากบอกกล่าวไว้ แต่ผมคงต้องขออนุญาตพักเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้วมาคิดหาแนวทางยกร่างแก้ไขพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการและพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองเพื่อยุติขบวนการปล้นชาตินี้แทน โดยเฉพาะหลังจากที่ญัตติด่วน “ค่าโง่โฮปเวลล์” ของผม ถูกประธานสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าไม่เป็นเรื่องด่วนนั้น ผมก็ได้รับโอกาสจากคณะทำงานของกระทรวงคมนาคมเชิญไปร่วมประชุมและให้คำแนะนำจากประสบการณ์การตรวจสอบในกรณี “ค่าโง่ทางด่วนสายบูรพาวิถี” ก็ยิ่งทำให้ผมได้เห็นข้อเท็จจริงมากมายที่เราไม่ควรแพ้คดี “ค่าโคตรโง่โฮปเวลล์” และเริ่มเห็นเงาของขบวนการทุจริตและความสะเพร่าของระบบราชการที่จะต้องหาทางแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน ขอขอบคุณท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่เอาจริงกับเรื่องนี้และพยายามหาทางที่จะปกป้องผลประโยชน์ของแผ่นดินอย่างจริงจัง

บทความก่อนหน้านี้“การบินไทย” ทำข้อมูลเตรียมจัดซื้อเครื่องบินใหม่ 38 ลำ 1.5 แสนล้าน ชงเข้าคมนาคม
บทความถัดไป“สุทิน” ยันเดินหน้าซักฟอก “บิ๊กตู่” ต่อ ชี้ คำวินิจฉัยศาลเปิดทางสภาฯลุยอภิปราย