‘บิ๊กตู่’ นำถกบอร์ดพลังงานแห่งชาติ เห็นชอบลดส่วนต่างน้ำมัน B20 ต่ำกว่า B7 3 บาท

“บิ๊กตู่” นำถกนโยบายพลังงานแห่งชาติ เห็นชอบลดส่วนต่างน้ำมัน B20 ต่ำกว่า B7 3 บาท เริ่ม 1 ต.ค.

เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2562 โดยมี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมหารือด้วย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดการประชุมว่า เป้าหมายนโยบายพลังงานแห่งชาติ ต้องเพื่อร่วมกันพิจารณาแผนพลังงานและปรับแผนพลังงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคต โดยมุ่งให้ประชาชนมีส่วนร่วม สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งรัฐบาลมีแผนบริหารจัดการขยะอยู่ด้วยแล้ว อาจจะดำเนินการให้สอดคล้องกัน รัฐบาลมุ่งมั่นและเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการสร้างเสถียรความมั่นคงด้านพลังงาน มีทางเลือกด้านพลังงาน ลดภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ สร้างอาชีพต่อเนื่องให้กับประชาชนโดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานรากด้วย

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลต้องการส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการผลิตและใช้ไฟฟ้า ซึ่งต้องมีรายละเอียดพื้นที่เป้าหมาย กฎเกณฑ์ดำเนินการต่างๆ อาทิ วัตถุดิบเชื้อเพลิงไม่ว่าจะเป็นชีวภาพหรือชีวมวล วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร รวมถึงการสนับสนุนแหล่งทุนให้ชัดเจน การรับซื้อไฟก็ต้องไม่สร้างผลกระทบด้านราคาค่าไฟต่อพี่น้องประชาชนโดยรวม จึงขอรับข้อคิดเห็นในที่ประชุมกลับไปทำรายละเอียดโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนตามกรอบนโยบาย เพื่อให้ที่ประชุมร่วมพิจารณาต่อไปด้วย

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบหลักนโยบายพลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก (โรงไฟฟ้าชุมชน) ตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 62 โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการผลิต ใช้และจำหน่ายไฟฟ้าอย่างยั่งยืน สร้างความมั่นคงระบบไฟฟ้าให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่นั้นๆ ทั้งยังเป็นการขยายโอกาส ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ให้มีช่องทางรายได้เพิ่มเติม สร้างรายได้ในชุมชน

โอกาสนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล เพื่อส่งเสริมการใช้ ไบโอดีเซลและรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ของประเทศ โดยเริ่มขยายส่วนต่างราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 ให้ต่ำกว่า B7 ที่ 2 บาทต่อลิตร และลดส่วนต่างราคาขายปลีกน้ำมัน B20 ให้ต่ำกว่าน้ำมัน B7 ที่ 3 บาทต่อลิตร โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 พร้อมทั้งเห็นชอบใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 เป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเกรดพื้นฐาน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 อย่างไรก็ตาม ต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งของผู้ผลิต ความพร้อมของรถยนต์และความพร้อมของผู้ค้าน้ำมันด้วย

นอกจากนี้ ยังเห็นชอบกรอบนโยบายการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้ป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) เป็น “สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” โดยให้เร่งดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ให้กองทุนฯ สามารถดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ และเห็นชอบ (ร่าง) คำสั่งนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันภาวการณ์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

บทความก่อนหน้านี้จรัญ มะลูลีม : การทูตรัฐอันธพาลกับการเมืองแห่งอำนาจในตะวันออกกลาง
บทความถัดไปรวบอดีตรองนายกเล็กร้อยเอ็ด เมินยื่นบัญชีทรัพย์-หนี้สิน อ้างไม่ทราบ