คนอยากเลือกตั้ง ร้อง กกต.ยุบ’พปชร.’- งง ‘ธรรมนัส’ ทำไมกลับรับราชการได้-แถมได้ยศเพิ่ม

“เอกชัย” กลุ่มคนอยากเลือกตั้งเสนอ กกต.ยุบ”พปชร.” หลังรับ “ไพบูลย์” เข้าเป็นสมาชิก ชี้ ผิดกฎหมายพรรคการเมือง ควบรวมพรรค เพื่อให้ได้อำนาจในการปกครองประเทศ พร้อมจี้ตรวจสอบคุณสมบัติ “ร.อ.ธรรมนัส” เสนอศาล รธน.เพิกถอนสิทธิทางการเมือง ยอมรับแปลกใจคดีขนยาเสพติด แต่กลับมารับราชการทหาร-ได้ยศเพิ่ม

เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเอกชัย หงส์กังวาน และนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ แกนนำคนอยากเลือกตั้ง เข้ายื่นคำร้องต่อ กกต. เพื่อขอให้พิจารณาและเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งยุบพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากรับนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตหัวหน้าพรรคประชาชนปฎิรูปสมัครเป็นสมาชิกพรรค และขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และเสนอศาลรัฐธรรมนูญให้สั่งเพิกถอนสิทธิทางการเมือง

ทั้งนี้ นายเอกชัยกล่าวว่า มองว่านายไพบูลย์ ซึ่งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนปฏิรูปที่ กกต.ประกาศให้สิ้นสภาพ ต้องขาดการเป็น ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (10 ) ไม่สามารถที่จะไปหาพรรคการเมืองอื่นสังกัดได้ การที่นายไพบูลย์อ้าง พ.ร.ป. พรรคการเมือง มาตรา 91 วรรคสี่ ว่าการที่พรรคสิ้นสภาพเท่ากับการถูกยุบพรรคแล้ว ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐนั้น ตนเห็นว่าเข้าลักษณะของการควบรวมพรรค ซึ่งไม่สามารถดำเนินการได้ในอายุของสภานี้ การดำเนินการดังกล่าวจึงเข้าลักษณะว่าพรรคพลังประชารัฐกระทำการให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิถีทางที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 เป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคได้

ส่วนกรณีของ ร.อ.ธรรมนัส ที่หนังสือพิมพ์ออสเตรเลียได้ทำการเผยแพร่ว่า ร.อ.ธรรมนัศ ได้กระทำความผิดฐานขนยาเสพติดเข้าประเทศ เมื่อกลับมาประเทศไทยก็น่าแปลกใจว่า ยังสามารถได้กลับเข้ารับราชการทหารและได้เลื่อนยศเป็น ร.อ.ในปี 2540 ซึ่งจากพฤติกรรมที่ทางหนังสือพิมพ์ออสเตรเลียระบุ ทำให้น่าสงสัยว่าขณะนั้นที่นายธรรมนัส อายุยังไม่มากจะสามารถขนเฮโรอีนจำนวนกว่า 3 กิโลกรัมไปได้อย่างไร จึงน่าจะมีผู้อยู่เบื้องหลัง และต่อมาเดือนกันยายน 2541 ราชกิจจาฯเผยแพร่เรื่องการถอดยศ ก็กลับพบว่าในการยื่นเอกสารต่อการเข้าร่วมคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันกลับใช้ยศ ร.อ. รวมทั้งเมื่อไปตรวจสอบเลขประจำตัวประชาชน ก็พบว่านายธรรมนัสใช้เลข 4 นำหน้า ทั้งที่เกิดในปี 2508 ที่ขณะนั้นมีการใช้บัตรประชาชนแล้ว และจะต้องใช้เลข 3 เมื่อสอบถามจากเจ้าหน้าที่ทะเบียนบอกว่าคนที่ใช้เลขบัตรประชาชนนำหน้าด้วยเลข 4 จะออกให้กับคนที่อยู่ในประเทศก่อนปี 2547 ถ้าหากกระบวนการพิสูจน์เรียบร้อย ก็จะมีการออกเลขบัตรประชาชนให้ตามปกติ ดังนั้นทั้ง 2 กรณี ตนเห็นว่ายังมีข้อน่าสงสัย ซึ่ง กกต.ควรจะดำเนินการให้เป็นบรรทัดฐาน

ด้านนายโชคชัยกล่าวว่า กรณีของนายไพบูลย์ ประชาชนเลือกให้เป็น ส.ส. เพราะสังกัดพรรคประชาชนปฎิรูป แต่นายไพบูลย์กลับมาเลิกพรรค เหมือนไม่เคารพต่อเสียงของประชาชน ขณะกรณีของนายธรรมนัสที่มาเป็นรัฐมนตรี คนก็ต้องให้ความสนใจ จึงควรออกมาพูดความจริง ว่าไปทำอะไรที่ออสเตรเลีย

“เพราะถ้าเรื่องยาเสพติดเป็นเรื่องจริง คุณยังกล้าโกหก แล้วต่อไปเรื่องของการบริหาประเทศจะไม่โกหกประชาชนหรือ ทั้งนายธรรมนัสและนายไพบูลย์ จึงเป็นการหลอกลวงประชาชน และตบหน้าประชาชนมาโดยตลอด” นายโชคชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการมายื่นหนังสือครั้งนี้ นายเอกชัย และนายโชคชัย ยังได้นำกล้วยน้ำว้า 1 หวี มามอบให้กับ กกต. โดยระบุว่า กกต.อาจจะทำงานหนักในช่วงนี้จึงมีอาการเหนื่อยล้า กล้วยมีวิตามินครบถ้วน จึงอยากให้ กกต.บำรุงเพื่อให้มีแรงในการทำงานให้คุ้มค่ากับภาษีของประชาชน โดยเฉพาะกล้วยมีวิตามิน เอ บำรุงสายตา จะได้เห็นอะไรได้ดี และถูกต้องขึ้น

 

 

บทความก่อนหน้านี้พณ.กระจายข้าวเหนียวลดค่าครองชีพล็อตแรก2.6แสนถุง ภายใน2สัปดาห์ครบ59 จว.
บทความถัดไปภาพพระอุลตร้าแมน : กลุ่มชาวพุทธฯฟ้องผู้วาด-เจ้าของภาพลั่นไม่ส่งคืนให้เผาทิ้ง ขอประมูลนำเงินบริจาคให้รพ.