เพื่อไทย ชี้ พรรคร่วมรัฐบาลขาดเอกภาพ มองดาวคนละดวง ปัญหาปชช.ถูกทอดทิ้ง

“อนุสรณ์” ชี้ พรรคร่วมรัฐบาลขาดเอกภาพ มองดาวคนละดวง ปัญหา ปชช. จึงถูกทอดทิ้ง

เมื่อวันที่ 10 กันยายน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี นิด้าโพลและสวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน โดยกลุ่มตัวอย่างเสียงส่วนใหญ่ระบุว่ารัฐบาลไม่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ จะอธิบายปัญหาวิกฤติศรัทธานี้อย่างไร เพราะทั้งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมรัฐมนตรีลูกข่าย ต่างออกมาดิ้นหนีตาย ปฏิเสธกันพัลวันว่า นายสมคิด ไม่ได้เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจแล้ว และยังยอมรับอีกว่าการเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรคทำให้นโยบายด้านเศรษฐกิจไม่มีเอกภาพ ถือเป็นใบเสร็จยืนยันว่า การปฏิรูปการเมืองไม่มีอยู่จริง รัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ เพิ่มอำนาจการต่อรองให้กับพรรคร่วมรัฐบาล ไม่เว้นกระทั่งพรรคขนาดเล็ก ที่รายทางอยากได้อะไรก็ข่มขู่กรรโชกทรัพย์เอาตามอำเภอใจ แม้พรรคพลังประชารัฐจะใจดีทำตัวเป็นฤาษีแจกกล้วย แต่เมื่อกล้วยหมดก็ตัวใครตัวมัน แทนที่จะลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน กลับเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีที่สิ้นสุด ในความเป็นจริงพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นานๆจะมีโอกาสได้เป็นรัฐบาล และครั้งนี้ที่ได้เป็นก็เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดโอกาส เมื่อมีโอกาสแล้วคงไม่ปล่อยให้ช่วงนาทีทองหลุดมือ นโยบายใดที่จะสร้างคะแนนนิยม ขยายฐานของพรรคตัวเอง พรรคเหล่านั้นต้องพยายามทำอย่างเต็มที่ ยิ่งคะแนนนิยมของสองพรรคนั้นเพิ่ม คะแนนนิยมที่พอมีอยู่บ้างของพรรคพลังประชารัฐก็จะลดลงโดยปริยาย เพราะฐานเสียงของ 3 พรรค ก็อยู่ในกลุ่มใกล้เคียงกัน จึงเกิดอาการลักลั่นทั้งในทีมเศรษฐกิจและนโยบาย

“เมื่อพรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคต่างมีเป้าหมายของตัวเองที่แตกต่างกัน เสมือนการมองดาวคนละดวง ปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจปากท้องที่วิกฤติอยู่ในขณะนี้ จึงไม่ได้รับการแก้ไขอย่างบูรณาการถูกทิศทาง ต่างคน ต่างทำ เป็นนโยบายตัดแปะ ที่ขาดเอกภาพ ประชาชนจึงเหมือนถูกทอดทิ้ง สะท้อนผ่านสารพัดโพลที่ให้รัฐบาลสอบตกด้านเศรษฐกิจ” นายอนุสรณ์ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้เรืองไกร ร้องกกต. สอบคุณสมบัติ”อุตตม” พร้อมจี้สอบ”ไพบูลย์” หมดสิทธิสมัครพปชร.
บทความถัดไปหมอชลน่าน ชี้ รบ.จงใจผิดอีกแล้ว รธน.เขียนไว้ชัด ห้ามคนเคยติดคุกคดียาเป็นรัฐมนตรี