‘จุรินทร์’ ลุยนำอาเซียนประชุมจีน พร้อมเสนอของบเพิ่ม 130 ล้านหยวน หวังพัฒนาเพิ่ม 3 โครงการ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนกับจีน ครั้งที่ 18 ว่า สิ่งที่อาเซียนกับจีนจะดำเนินร่วมกันต่อไปในเรื่องของการร่วมมือทางการค้า (เอฟทีเอ) จะมีการยกระดับความร่วมมือใน 3 เรื่องสำคัญ คือ 1.การเปิดตลาดสินค้าเพิ่มเติม 2.การปรับปรุงกฎระเบียบถิ่นกำเนิดสินค้าให้มีความทันสมัยรองรับกลุ่มสินค้าใหม่ๆ และ3.การเตรียมความพร้อมเรื่องเปิดเสรีทางการลงทุนเพิ่มเติม

“อย่างที่ทราบกันดีว่าจีนได้จัดตั้งกองทุนพิเศษแม่โขง-ล้านช้าง (เอ็มแอลซี) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของอาเซียน โดยที่ผ่านมาจีนให้การสนับสนุนจากเงินกองทุนของจีนกับอาเซียนประมาณ 300 ล้านหยวน ซึ่งได้มีการใช้เงินดังกล่าวไปแล้วประมาณ 50 ล้านหยวน เช่น โครงการจัดทำแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับการท่องเที่ยวในอาเซียน และการฝึกอบรมผู้ประกอบการแล้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องกฎระเบียบเรื่องของถิ่นกำเนิดสินค้า เป็นต้น” นายจุรินทร์

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ไทยได้เสนอของบประมาณในการสนับสนุนเพิ่มเติมอีก 130 ล้านหยวน เพื่อพัฒนาเพื่ออีก 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการเส้นทาง อาร์ 3 เอ ที่เชื่อมระหว่างกรุงเทพฯ-คุนหมิง เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าระหว่างกัน 2.โครงการพัฒนานักธุรกิจรุ่นใหม่ และ3.โครงการพัฒนาการค้าออนไลน์ระหว่างกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม และไทย (ซีแอลเอ็มวีที) โดยทางจีนได้รับทราบและจะนำไปพิจารณาต่อไป

สำหรับมูลค่าการค้าระหว่างอาเซียนกับจีน มีมูลค่ากว่า 4.79 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าจีนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของอาเซียน โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 17% ที่อาเซียนค้ากับตลาดโลก นอกจากนี้ ที่ประชุมยินดีที่ประเทศสมาชิกได้ให้สัตยาบันต่อพิธีสารยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียนจีนครบแล้วรวมทั้งเริ่มบังคับใช้กฏหมายเฉพาะฉบับใหม่ แล้วเมื่อเดือนสิงหาคม 2562 และเรื่องที่อาเซียนและจีนตกลงที่จะเริ่มการหารือเปิดตลาดสินค้าเพิ่มเติมและการเปิดเสรีและปกป้องการลงทุนในปีหน้าตลอดจนการพิจารณาความร่วมมือสาขาอื่นๆ เพื่อยกระดับความร่วมมือภายใต้กรอบความตกลงอาเซียนจีนต่อไป

บทความก่อนหน้านี้“ไพบูลย์”สมัครพปชร.แล้ว จ่อเข้าร่วมประชุมพรรค‪พรุ่งนี้‬ ลั่น 18 ก.ย. อภิปรายในนามพรรคด้วย
บทความถัดไปประธานสภาสตรีแห่งชาติฯขึ้นเวทีสหประชาชาติให้แนวคิดช่วยลดโลกร้อนให้เป็นรูปธรรม พร้อมเชิญชวนทุกคนรวมพลังในการลดสภาวะโลกร้อนโดยเริ่มจากในบ้าน