“เตือนใจ ดีเทศน์” ย้อนการต่อสู้ “บิลลี่” ก่อนถูกอุ้มหาย-เผายัดถัง ส่งกำลังใจดีเอสไอจับคนร้ายให้ได้

เมื่อวานนี้ (3 กันยายน 2562) นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ร่วมลาออกพร้อมกับนางอังคณา นีละไพจิตร ได้โพสต์ข้อความหลังความคืบหน้าการถูกบังคับให้สูญหายของนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ ชาวกะเหรี่ยงนักต่อสู้สิทธิชุมชนให้้ป่าแก่งกระจาน ก่อนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอและสถาบันนิติวิทยาศาสตร์จะร่วมเปิดเผยชิ้นส่วนกระดูกในถังน้ำมัน 200 ลิตรที่จมอยู่ใต้เขื่อนแก่งกระจาน และตรวจสอบดีเอ็นเอพบว่าเป็นของนายพอละจีว่า

ข่าวที่ DSI พบหลักฐานกระดูกของ #บิลลี่ ผู้ถูกบังคับสูญหายเมื่อ 5 ปีก่อน ถูกเผาในถัง ทิ้งลงนำ้ในเขตอุทยานแก่งกระจาน ทำให้สังคมมีความหวังว่าจะสาวไปถึงตัวผู้ทำผิดได้

บิลลี่ เป็นลูกของลูกชายของ “ปู่คออี้” ผู้นำจิตวิญญานของชาวกะเหรี่ยง บิลลี่พยายามจะสื่อสารเรื่องราวของชาวกะเหรี่ยงแห่งป่าแก่งกระจาน โดยหลายช่องทาง รวมทั้งผลิตสารคดี เพื่อให้สังคมเข้าใจว่า ปู่คออี้และลูกหลาน ชาวบางกลอยบน “ใจแผ่นดิน” จำนวน 30-40 ครอบครัว ถูกบังคับโดยเจ้าหน้าท่ีอุทยานฯ ให้อพยพลงมาจากบ้านเดิม ด้วยการเผาบ้านและยุ้งฉาง แล้วอุ้มปู่ใส่ ฮ. ลงมาอยู่ท่ีบ้านโป่งลึก ซึ่งห่างจากไกลบ้านใจแผ่นดิน ซึ่งเป็นบ้านเกิด

ปู่คออี้เคยพูดประโยคสะเทือนใจ ว่า น้ำนมหยดแรกของแม่ท่ีปู่ได้ดูดกิน และก้าวแรกที่ปู่เดินคือท่ีบ้านใจแผ่นดิน ซึ่งปู่และเพื่อนบ้านมีพื้นท่ีปลูกข้าวไร่ท่ีอุดมสมบูรณ์ ได้ปลูกไม้ยืนต้น คือทุเรียน หมาก มะขาม ฯลฯ เอาไว้กิน

เป็นท่ีอยู่ท่ีทำกินอันสงบสุขของปู่และลูกหลานผู้ใช้ชีวีตพอเพียง พึ่งพาธรรมชาติด้วยความเคารพในมิติทางจิตวิญาน

ในรอบ 5 ปีนี้ ดิฉันได้ไปบ้านบางกลอยล่าง (โป่งลึก) ไปดูสภาพความเป็นอยู่และท่ีทำกินของชาวบ้านท่ีถูกอพยพลงมาในช่วงแรกๆ เห็นว่าพื้นท่ีทำกินท่ีจัดให้ชาวบ้านเป็นท่ีไม่เหมาะสม จึงเพาะปลูกไม่ได้ผล ข้าวและอาหารขาดแคลน ขาวบ้านหลายคนหน้าตาซูบซีด เครือข่ายกะเหรี่ยงจึงจัดผ้าผ่าระดมทุนหาข้าวและอาหารมาช่วยเป็นประจำ

ทุกๆ ครั้งจะไปกราบคารวะ สนทนาเรียนรู้ภูมิปัญญาอันเปี่ยมด้วยธรรมะกับปู่

ปู่พูดเสมอว่า อยากกลับไปอยู่ที่บ้านใจแผ่นดินการถูกอพยพลงมาที่บางกลอย ต้องมาพึ่งพา มาขอแบ่งพื้นที่ทำกินของคนที่เค้าอยู่เดิม อากาศก็ร้อน อยู่แล้วไม่สบาย

ได้เยี่ยมภรรยาของบิลลี่ คือมือนอ กับลูกทั้ง 5 คน ผู้สูญเสียสามีและพ่อไปโดยไม่มีร่องรอยให้สืบค้นได้ มือนอเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง ได้ปลูกฝังลูกทั้ง 5 คนให้อภัยต่อคนที่ทำร้ายพ่อลูก ให้กฎแห่งกรรมได้ทำหน้าที่ ลูกๆจึงทำใจได้

บิลลี่ได้ทำหน้าท่ีเป็นนักสื่อสารสังคม เพื่อปกป้องสิทธิของคนท่ีอยู่กับป่า ชี้ให้เห็นว่าชาวกะเหรี่ยงท่ีอยู่กับป่าได้ทำหน้าที่อนุรักษ์ป่า และใช้ประโยชน์จากป่าอย่างสมดุลและยั่งยืน

ผืนป่าที่มีชาวกะเหรี่ยง หรือปกาเกอญอ ตั้งถิ่นฐานอยู่จึงมีความอุดมสมบูรณ์จนประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าได้ทั้งทางภาคเหนือและตะวันตก

ขอให้สังคมช่วยกันเป็นกำลังใจให้ DSI และหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องสืบหาคนท่ีทำร้ายบิลลี่มาลงโทษได้โดยเร็วค่ะ

บทความก่อนหน้านี้ถอดรหัสการจัดทัพสีกากี พล.ต.อ.-พล.ต.ต. 172 เก้าอี้ ใครมีดีใครชิงดำ
บทความถัดไป‘วราวุธ’ แจง ‘ซาฟารีห้วยขาแข้ง’ เป็นเพียงแนวคิด ต้องศึกษาผลกระทบ-ฟังทุกความเห็นก่อน