ประจวบฯหนุนเมียนมาสำรวจแนวเขตใหม่ที่ด่านสิงขรเร่งเปิดด่านพรมแดนถาวร พ่อเมืองปลื้มลงทุนสิงขร-มะริดพุ่ง 1.4พันล.

เมื่อวันที่ 2 กันยายน นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ตัวแทนส่วนราชการจังหวัด ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนให้การต้อนรับ นายอู ลา ทเว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอู ยอ มิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองและทรัพยากรมนุษย์ และคณะผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประเทศเมียนมา ในโครงการเสริมสร้างความสัมพันธ์และเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน องค์กรในอาเซียนเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีการหารือความคืบหน้าการพัฒนาเส้นทางจากจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ไปเมืองมูด่อง อ.ตะนาวศรี ถึง จ. มะริด ระยะทาง 180 กิโลเมตร (กม.)ปัจจุบันทางการเมียนมาได้ปรับปรุงเส้นทางเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทำให้การเดินทางสะดวกรวดเร็วเพียง 2 ชั่วโมง 30 นาที ขณะที่ฝ่ายไทยรายได้ก่อสร้างอาคารด่านพรมแดนหรือ ซีไอคิวใช้งบ 250 ล้านบาทเพื่อรองรับการเปิดด่านพรมแดนถาวร

นายพัลลภ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานแขวงทางหลวงชนบท ทำแผนการสำรวจออกแบบทางแยกต่างระดับและการขยายช่องทางจราจรถนนสาย ปข.1039 จากแยกถนนเพชรเกษม บ้านหนองหินถึงด่านสิงขร ระยะทางประมาณ 14 กม.เพื่อรองรับการจราจรที่จะเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันมีการสำรวจแนวเวนคืนที่ดิน ขณะที่ด่านศุลกากรรายงานข้อมูลมูลค่าการค้าชายแดนผ่านด่านสิงขรพบว่าปีงบประมาณ 2562 ช่วงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 ถึงสิงหาคม 2562 มีมูลค่าการนำเข้า-ส่งออก 1,084 ล้านบาท คาดว่าถึงสิ้นปีนี้จะมากกว่า 1,400 ล้านบาท มีแนวโน้มเพิ่มอย่างต่อเนื่อง และขอให้ทางการเมียนมาตอบรับการลงนามรับรองผลการสำรวจรายละเอียดเขตแดนบริเวนด่านสิงขร เพื่อให้ทางการไทยสามารถยกระดับด่านสิงขรขึ้นเป็นจุดผ่านแดนถาวรได้ในอนาคต

นายนิพนธ์ สุวรรณนาวา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ หอการค้า จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า หลังจากเดินทางไปสำรวจแนวทางการจัดการท่องเที่ยวใน จ.มะริด เพื่อเชื่อมโยงกับภาคใต้ตอนบน พบว่ามีเกาะที่เป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังที่สวยงามในทะเลอันดามัน มีศักยภาพสูงมาก ขณะที่ทางการเมียนมาแจ้งว่าปัญหาจากการเปิดจุดผ่านแดนถาวรจะมีข้อยุติ หลังจากเจ้าหน้าที่ทหารเมียนมาได้ทำการสำรวจเพื่อย้ายจุดผ่านแดนแห่งใหม่ จากบริเวณเดิมระหว่างถนนจากด่าน ตชด. ผ่านศาลเจ้าพ่อหินกองถึงด่านทหารเมียนมา ซึ่งเป็นแนวเขตสันปันน้ำที่มีปัญหาไม่มีข้อยุติและมีผลกระทบหลายด้าน ล่าสุดพบว่าการสำรวจแนวเขตใหม่จุดผ่านแดนด้านทิศเหนือของด่านสิงขรมีแนวโน้มที่ดีที่ จะบรรลุข้อตกลงระหว่าง 2 ประเทศ หากมีข้อยุติจะมีการใช้งบประมาณก่อสร้างถนนเส้นทางใหม่จากด่านสิงขรถึงเมืองมูด่องซึ่งห่างจากเส้นทางเดิมไม่มาก

นายสมเกียรติ เอ่าจี่มิด ที่ปรึกษาฝ่ายต่างประเทศ สมาคมส่งเสริมพัฒนาการค้าการลงทุนประจวบคีรีขันธ์ – มะริด กล่าวว่า ในอนาคตหากมีการเปิดด่านพรมแดนถาวร นักธุรกิจใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ควรให้ความสนใจ จากโอกาสด้านการลงทุนให้มากกว่าที่ผ่านมา สำหรับผู้ประกอบการด้านการนำเข้าส่งออกที่ จ.ระนอง ในฐานะผู้ค้าสัตว์น้ำรายใหญ่กับนายทุนมะริดมูลค่าปีละ 2.3 หมื่นล้านบาท จะต้องมีการปรับตัวด้านการลงทุน เนื่องจากเดิมการขนส่งสัตว์น้ำไปท่าเรือระนองใช้เวลา 2 วัน 2 คืน และใช้เวลาขนส่งทางบกอีก 8 ชั่วโมง เพื่อขนส่งสัตว์น้ำไป จ.สมุทรสาคร แปรรูปส่งออก แต่การใช้เส้นทางจากมะริดผ่านด่านสิงขรไป จ.สมุทรสาคร จะใช้เวลาเพียง 7 ชั่วโมง และปัจจุบันนักลงทุนบางส่วนได้เปลี่ยนเส้นทางขนส่ง ปูนิ่ม ปูทะเล ปูแสมดอง หอยแครง กุ้งแม่น้ำ กุ้งลอปสเตอร์ ใช้รถบรรทุกผ่านด่านสิงขรเพื่อไปส่งในตลาดการค้าปลีกค้าส่งในประเทศไทยแล้ว

บทความก่อนหน้านี้จัตวา กลิ่นสุนทร : สุขภาพผู้สูงวัย ประเทศเตรียมตัวแค่ไหน?
บทความถัดไปธปท.คาด ศก.ไทยไตรมาส 3 ฟื้น แต่ยังเสี่ยงสูง หากยืดเยื้อส่อผลเป็นลบ