APHR-CALD แถลงร่วม จี้กัมพูชา-ฟิลิปปินส์ หยุดคุกคาม-กำจัดฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง

วันที่ 23 สิงหาคม 2562 สมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชนและสภาเสรีภาพและประชาธิปไตยเอเชีย ได้ออกแถลงการณ์ร่วมเนื่องในโอกาสการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA)ที่จะจัดขึ้นในกรุงเทพฯ สุดสัปดาห์นี้ โดยมีมติเรียกร้องให้สมาชิกสมัชชารัฐสภาอาเซียนดำเนินการทางการทูตต่อรัฐบาลชาติอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลกัมพูชาและฟิลิปปินส์ เพื่อยุติการคุกคามหรือทำร้ายฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ซึ่งกำลังเกิดขึ้นในเวลานี้ ทำให้ชาติอาเซียนอยู่ในภาวะประชาธิปไตยอ่อนแอและระบอบปกครองแบบอำนาจนิยมกำลังผงาดขึ้นมา

โดย 2 สภาระบุว่า สถานการณ์อันเลวร้ายต่อประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนและนิติรัฐที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก โดยอ้างอิงข้อมูลทั้งจากดัชนีเสรีภาพโลกของฟรีด้อมเฮ้าส์, ดัชนีประชาธิปไตยของอีโคโนมิสต์ อินเทลิเจ้น ยูนิต หรือดัชนีเสรีภาพมนุษย์ของมูลนิธิฟรีดิกช์ เนามานส์ ล้วนระบุข้อเท็จจริงหนึ่งที่ตรงกันถึงความถดถอยของประชาธิปไตยที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเติบโตของแนวคิดเผด็จการอำนาจนิยมและประชานิยมแบบขวาจัด ที่เข้มข้นมากขึ้นจนลดทอนฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองตามวิถีทางประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้ง

แถลงระบุว่า โดยเฉพาะในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีหลายกรณีที่ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองถูกคุกคามหรือถูกปิดกั้นฝ่ายเดียวในการทำงานอย่างชอบธรรม ซึ่งปรากฎชัดโดยเฉพาะในประเทศกัมพูชาและฟิลิปปินส์ อย่างกรณี รัฐบาลสมเด็จ ฮุน เซน กำจัดฝ่ายตรงข้ามอย่างพรรคกู้ชาติกัมพูชา(ซีเอ็นอาร์พี) การจับกุมนายเขม โสกา หัวหน้าพรรค การใช้กลไกรัฐบังคับศาลสั่งยุบพรรคซีเอ็นอาร์พี พรรคฝ่ายค้านขนาดใหญ่ก่อนการเลือกตั้งเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว ตัดสิทธิทางการเมืองสมาชิกพรรคซีเอ็นอาร์พี รวมทั้งการออกหมายจับนายสม รังสี หัวหน้าพรรคคนก่อนที่ยังคงลี้ภัยทางการเมือง

ส่วนในกรณีฟิลิปปินส์ สมาชิกรัฐสภาหลายคนที่มีจุดยืนคัดค้านนโยบายปราบปรามยาเสพติดอันรุนแรงเกินเหตุของนายโรดริโก ดูเตอร์เต้ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ จะต้องเผชิญกับการถูกคุกคาม ข่มขู่หรือถูกยัดข้อหาที่มีแรงจูงใจทางการเมือง ตั้งแต่ปลุกปั่นจนถึงคดีอาญาอย่างมียาเสพติดไว้ในครอบครอง

ทั้งนี้ ทั้ง 2 สภา จึงเรียกร้องให้ AIPA ตามมติที่ 37GA/2016/POL03 ใช้วิธีทางการทูตทั้งหมดเรียกร้องให้รัฐบาลชาติอาเซียนทบทวนการเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ทั้งเรียกร้องให้ปล่อยตัวนายเขม โสกา หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านกัมพูชาและนางเลย์ร่า เด ลิม่า สมาชิกสภาของฟิลิปปินส์ ถอนข้อกล่าวหาที่มีแรงจูงใจทางการเมืองทั้งหมดที่กำลังดำเนินคดีกับกลุ่มผู้เห็นต่างทางการเมือง ทั้งสมาชิกสภา ประชาสังคม นักปกป้องสิทธิมนุษยชน สื่อมวลชนและอื่น และเคารพสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การชุมนุมและรวมตัวกันอย่างสันติ

นอกจากนี้ ยังต้องปกป้องสิทธิทั้งหมดของอาเซียนในการมีเสียงทางเลือกในรัฐบาลและฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองต้องอยู่โดยปราศจากความกลัวที่จะถูกทำร้าย ซึ่งเป็นการส่งเสริมหลักการตรวจสอบและถ่วงดุล และยังช่วยเพิ่มทางเลือกในการตัดสินใจต่อการบริหารประเทศ

อ่านทั้งหมดได้ ที่นี่

บทความก่อนหน้านี้สสว.ร่วมกับ สถาบันสิ่งทอ และ ม.อุบลฯ พัฒนา SMEs ผลิตภัณฑ์ผ้าทออีสานสู่โมเดริน์ไลฟ์สไตล์ เจาะตลาดภายใต้แนวคิด “คิด ผลิต ขาย” ตั้งเป้าสร้างยอดขาย 100 ล้านบาท
บทความถัดไป‘ยูเอ็น’ ชี้ ตัวเลขความยากจนในมาเลเซีย อาจสูงกว่ารายงานทางการ