มติสภา 365 : 101 ไม่เห็นชอบ แยกกมธ.หลากหลายทางเพศ ‘กอล์ฟ’ แถลงทั้งน้ำตา

ดับฝัน LGBT! มติสภา 365 : 101 ไม่เห็นชอบแยก กมธ.หลากหลายทางเพศ ด้าน “ลูกกอล์ฟ” ส.ส.กะเทย อนาคตใหม่ แถลงทั้งน้ำตา แพ้แต่ดีใจ ชี้ นี่แค่เพิ่งเริ่มต้น

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่รัฐสภา เกียกกาย มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน เพื่อพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. …. ต่อจากการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในข้อที่ 90 หมวด 5 ว่าด้วยกรรมาธิการ ที่กำหนดให้มีจำนวนคณะกรรมาธิการสามัญ จำนวน 35 คณะ แต่ น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ แปรญัตติขอเพิ่มเป็น 36 คณะ โดยเสนอให้มีคณะกรรมาธิการผู้มีความหลากหลายทางเพศ แยกออกมาจากคณะกรรมาธิการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธ์ุ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งผลปรากฏว่า ที่ประชุมไม่เห็นชอบกับคำแปรญัตติของ น.ส.ณธีภัสร์ ด้วยคะแนน 365 ต่อ 101 และงดออกเสียง 13 ส่งผลให้กรรมาธิการวิสามัญ จะมีจำนวน 35 คณะตามร่างเดิม

จากนั้น เวลา 13.50 น.ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ นำโดย นายธัญญ์วาริน สุชะพิสิษฐ์ และ นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แถลงถึงกรณีดังกล่าว โดยนายธัญญ์วาริน กล่าวทั้งน้ำตาว่า ทางกลุ่มพยายามที่สุดแล้วที่จะสร้างที่ยืนให้ทุกคนเห็นคุณค่าของคนหลากหลายทางเพศ ที่ผ่านมาเราพยายามไปคุยกับส.ส.พรรคอื่นที่เคยหาเสียงไว้ โดยหวังว่า จะได้เสียงมากกว่านี้ แต่ไม่อยากให้ผิดหวังในตัวพวกเรา ขอขอบคุณจากใจ เพราะหน้าที่หลักของตนและเพื่อนสมาชิก LGBT คือการสร้างความเข้าใจกับสังคมต่อคนหลากหลายทางเพศ ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่ถูกโกงความเป็นมนุษย์ตลอดจนฆ่าตัดตอนความฝัน และเป้าหมายหลัก คือการจัดตั้งกมธ.ดังกล่าว แม้ผลออกมาจะไม่สำเร็จ แค่นี้ตนก็ดีใจมาก ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สัมฤทธิ์ผล เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการเมืองไทย และรัฐสภาไทย

“เรื่องของคนหลากหลายทางเพศถือเป็นปัญหาปากท้องของประชาชน ขอย้อนถามว่า 7 ล้านคนเหล่านี้ ไม่ใช่คนหรือ ไม่มีสิทธิในการดำเนินชีวิตหรืออย่างไร เชื่อมั่นว่าหากรัฐปลดปล่อยเสรีภาพให้กลุ่มคนเหล่านี้ ในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพ เศรษฐกิจก็จะดีขึ้นแน่นอน ซึ่งการลงมติมีส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่เห็นด้วยจำนวน 70 เสียง และต้องขอบคุณเพื่อน ส.ส.พรรคอื่นที่ลงคะแนนให้ด้วย”นายธัญญ์วาริน กล่าว ด้าน นายธัญวัจน์ กล่าวว่า ภารกิจยังไม่หมด ไม่ใช่วันที่สิ้นหวัง แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้น จากนี้จะต้องเดินหน้าต่อ โดยจะเร่งตั้งอนุกรรมาธิการเพื่อทำงานเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ และยกร่างกฎหมายสมรส โดยแก้ประมวลกฎหมายเพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448 ให้การสมรสเท่าเทียมกันทุกเพศไม่ใช่เฉพาะชายหญิง

 

บทความก่อนหน้านี้ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ : ชนชาติใด สร้าง “พระพุทธรูป” ขึ้นเป็นกลุ่มแรก?
บทความถัดไป“สมคิด” นัดถกนอกรอบ “คลัง-ธปท.” ฟอร์มคกก.การเงิน-คลังเพื่อการพัฒนา กลไกศก.ตัวใหม่