‘สิระ’ ร้องดีเอสไอ รับคดีรุกที่ดินภูเก็ต ปัดไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน-โอ่ชาตินี้มีเกินพอแล้ว

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม  ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)  นายสิระ​ เจนจาคะ ส.ส.เขตหลักสี่  พรรคพลังประชารัฐ เดินทางไปยื่นหนังสือขอให้ดีเอสไอรับกรณีการสร้างคอนโดมิเนียม รุกพื้นที่ป่าในอำเภอเมือง ต.กะรน​ จังหวัดภูเก็ต เป็นคดีพิเศษ  โดยมีพ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ต.วรณัน​ ศรีล้ำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ รองโฆษกฯ เป็นผู้รับเรื่อง

นายสิระ กล่าวว่า ตนเข้ายื่นหลักฐานขอให้ดีเอสไอรับคดีที่ดินภูเก็ตเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะมีกลุ่มอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่หลายชุดที่ลงไปตรวจสอบก็ไม่สามารถทวงคืนพื้นป่าได้ แม้แต่การลงพื้นที่ของตนซึ่งเป็นส.ส.ก็ยังเจอเหตุการณ์ตามคลิปที่เกิดขึ้น จึงจำเป็นต้องนำเอกสารหลักฐานต่างๆมาขอให้ดีเอสไอตรวจสอบ ในประเด็นการออกเอกสารสิทธิ์นส.3 ก ว่ามีที่มาถูกต้องหรือไม่ การขออนุญาตก่อสร้างถูกต้องหรือไม่ มีเจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดบ้างเข้าไปมีส่วนร่วมในการออกเอกสารบ้าง ทั้งนี้หลังจากเป็นข่าวและเทศบาลมีคำสั่งให้โครงการยุติการก่อสร้างแต่พบว่าทนายความได้เข้าแนะนำให้เลี่ยงข้อกฎหมาย เพื่อให้สามารถตกแต่งภายในอาคาร จึงถือว่าโครงการไม่ได้หยุดการก่อสร้างจริง และเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของทางเทศบาล นอกจากนี้กรณีดังกล่าวศาลปกครองชั้นต้นได้มีคำสั่งที่ให้เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ นส.3 ก. แปลงนี้ คดีอยู่ในชั้นอุทธรณ์

“การตรวจสอบในครั้งนี้ไม่ได้มีผลประโยชน์ทับซ้อน ชาตินี้ทั้งชาติ ผมมีผลประโยชน์เพียงพอแล้ว ชาตินี้ทั้งชาติก็ใช้ไม่หมด งานด้านการตรวจสอบผมไม่ได้เพิ่งเริ่มมาทำหลังได้รับเลือกเป็นส.ส. แต่ทำมาก่อนหน้านี้แล้วหลายเรื่อง ซึ่งก็ได้รับ ความเป็นธรรมมาตลอด โดยเรื่องนี้ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในภูเก็ต จากการลงพื้นที่พบว่าไม่ใช่เพียงผลกระทบหรือความเดือดร้อนธรรมดา และยืนยันว่าไม่มีปัญหากระทบกระทั่งกับส.ส.ของพรรคพปชร. เราได้คุยกันแล้วว่าจะร่วมกันทำงาน ส่วนคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมตั้งใจปล่อยคลิปนี้เอง เพื่อให้คนหันมาสนใจผืนป่าผืนนี้ และผมได้ใช้ต้นทุนทั้งชีวิตเพื่อแลกกับพื้นป่าผืนนี้พร้อมย้ำงานนี้ต้องมีคนติดคุกแน่”นายสิระกล่าวพร้อมยกมือไหว้ขอโทษและแสดงความเสียใจต่อคลิปภาพที่เผยแพร่ออกมา และยืนยันจะลงพื้นที่ภูเก็ตเพื่อติดตามความคืบหน้าในการตรวจสอบอีกครั้ง

ด้านพ.ต.ท. กรวัชร์ กล่าวว่า หลังรับคำร้องของนายสิระตามขั้นตอนจะต้องมีการตรวจสอบว่า คดีเข้าข่าย ต้องรับสอบสวนเป็นคดีพิเศษหรือไม่ โดนกฎหมายแนบ พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ คดีเกี่ยวกับการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติจะรับเป็นคดีพิเศษได้ก็ต่อเมื่อ มีมูลค่าที่ดินเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีเนื้อที่เกิน 100 ไร่ขึ้นไป ส่วนประเด็นที่ระบุว่าโครงการไม่ได้ระงับการก่อสร้างจริงโดยยังมีการเข้าไปตกแต่งภายในจะสั่งการให้ดีเอสไอ ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ เขตพื้นที่8 ลงไป ตรวจสอบ หากพบว่ายังมีการก่อสร้างจะประสานให้จังหวัดใช้อำนาจทางปกครองเข้าไปดำเนินการ

 

บทความก่อนหน้านี้ฝ่ายค้านปรับแนวทำงาน นัดคุยก่อนโหวตวาระสำคัญ เตือน สังคมพร้อมลงโทษคนผิดสัญญา
บทความถัดไปพท.นัดคุย “ยุทธพงศ์” พร้อม3ส.ส.สุรินทร์ เคลียร์ใจปมอวยนายกฯ