สพฐ.เผยเด็ก 1 ใน 3 โทรปรึกษาสุขภาพจิตสูงขึ้น จี้โรงเรียนต้องแก้ปัญหา

วันที่ 20 สิงหาคม 2562 นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหาร สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ปัจจุบันมีเด็กเยาวชนมีความเครียดและมีแนวโน้มต้องได้รับความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตรมากยิ่งขึ้น จากข้อมูลในส่วนให้บริการสายด่วนสุขภาพจิต พบว่ามีกลุ่มเยาวชนที่โทรเข้าไปปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตมากยิ่งขึ้น

โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 พบว่า เป็นกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีอายุ ระหว่าง 11-25 ปี และ 1 ใน 3 ของผู้ที่ขอคำปรึกษาทั้งหมด 5 อันดับ ที่พบมากที่สุด คือ ปัญหาความเครียดหรือวิตกกังวล ปัญหาจิตเวช ปัญหาความรัก ปัญหาซึมเศร้า และปัญหาครอบครัว ที่อาจนำไปสู่พฤติกรรมไม่พึงประสงค์หรือเหตุการณ์ที่เป็นอันตรายบางคนอาจจะตัดสินใจผิดพลาด

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า สุขภาพจิตอาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ สพฐ.ให้ความสำคัญและตระหนักเป็นอย่างยิ่ง ที่ผ่านมา สพฐ. โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ได้ดำเนินการพัฒนางานสุขภาพจิตในโรงเรียน โดยสำรวจข้อมูลเพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตในโรงเรียน และเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากจิตแพทย์ นักจิตวิทยา และผู้ปฏิบัติงานสุขภาพจิตในโรงเรียน เพื่อร่วมกันวางแผนและพัฒนางานสุขภาพจิต

และนำไปสู่การยกร่างแนวทางการดำเนินงานสุขภาพจิตในโรงเรียนแบบบูรณาการ ควบคู่กับการพัฒนาโปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับการช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตของนักเรียนร่วมกับสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนคินทร์ ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับจิตแพทย์ และทีมสุขภาพจิตในแต่ละพื้นที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ที่จะส่งผลสำคัญต่อการดำเนินงานสุขภาพจิตในโรงเรียนได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

สพฐ.จะส่งเสริมระบบแนะแนวให้มากยิ่งขึ้น ครูจะต้องรู้จักเด็กเป็นรายบุคคล เป็นจุดที่รัฐมนตรีว่าการศธ. เน้น ดังนั้น โรงเรียนก็จะต้องไปแก้ไขปัญหา ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่มากพอสมควร ขณะนี้ สพฐ. กำลังดำเนินการในเรื่องนี้ เพื่อกระตุ้นและให้กำลังใจครู ผู้บริหารโรงเรียน รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในการดูและเด็กให้มีสุขภาพจิตที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

บทความก่อนหน้านี้กรมบัญชีกลางพร้อมโอนเงินเข้าe-Moneyบัตรผู้มีรายได้น้อยรอบส.ค.-ก.ย.
บทความถัดไปทำความเข้าใจ อันตรายจากหมัดแมว