‘จตุพร’ เตือน นปช.อย่าเพิ่งดีใจ คดีก่อการร้ายเหลืออีก 2 ศาล แนะแก้ รธน.ต้องให้ ปชช.นำ

วิบากกรรมยังไม่หมด! “จตุพร” เตือน นปช.อย่าเพิ่งดีใจ คดีก่อการร้ายเหลืออีก 2 ศาล แนะตั้งหลักใหม่เรื่องแก้ รธน. ต้องให้ประชาชนนำ ไม่ใช่พรรคการเมือง ปลุกสร้างกระแสตามรอยรธน.ธงเขียว

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ร้านกาแฟพีซคอฟฟี่ แอนด์ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 มีการจัดกิจกรรมต่อลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ ออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม พีซทีวี มีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มาพบปะพูดคุย ร้องรำทำเพลงอย่างสนุกสนานเป็นประจำทุกสัปดาห์

โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ได้กล่าวในหัวข้อ “วิบากกรรม นปช.ยังไม่สิ้น” ว่า แม้ในการพิพากษา ศาลชั้นต้นได้ยกฟ้องคดีก่อการร้าย นปช. เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา แต่ตนก็ได้พูดแล้วว่า ไม่ใช่เรื่องที่เราจะดีใจกัน คดีความยังไม่ยุติ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เรามักจะเจอเรื่องทุกข์สุข สลับกันอยู่เสมอ ดังนั้น เมื่อเวลาชนะ ทำตัวเหมือนคนแพ้ เมื่อแพ้ ก็ทำเหมือนชนะ ในส่วนของคดีก่อการร้ายนั้นยังไม่ยุติเพียงแค่ศาลชั้นต้นเท่านั้น ยังมีอีก 2 ศาล ที่ผ่านมา 2 ศาลแรกยกฟ้อง มาถึงศาลที่สาม ติดคุก ตนก็ผ่านเรื่องแบบนี้มาแล้ว สิ่งสำคัญที่สุด คือเราต้องรู้ว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ นอกจากนี้ในระยะเวลาอันใกล้ เรายังมีอีก 3 คดีในศาลฎีกาที่ได้นัดอ่านคำพิพากษา ได้แก่ วันที่ 20 สิงหาคม 2562 มีคดีหมิ่นประมาท เป็นคดีส่วนตัว ที่ต่างฝ่ายต่างถอนแจ้งความกันแล้ว อันนี้ไม่เป็นเรื่องน่ากังวล ต่อมาในวันที่ 11 กันยายน 2562 ศาลฎีกาพัทยา นัดอ่านคำพิพากษาคดีล้มการประชุมอาเซียนซัมมิท เมื่อปี 2552 ซึ่งมีพรรคพวกเราเป็นจำเลยถึง 13 คน ในศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ ได้พิพากษาจำคุก 2 ปีเศษ และศาลฎีกาได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดีบุกบ้านสี่เสาเทเวศน์ ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ในวันที่ 23 กันยายน 2562 ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ ก็ได้พิพากษาจำคุก 2 ปีเศษ เช่นเดียวกัน สองคดีนี้ก็เป็นเรื่องที่เราต้องติดตาม ให้กำลังใจกัน

นายจตุพรยังได้กล่าวในหัวข้อ “ปัญหาชาติบ้านเมือง” ด้วยว่า กรณีเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมกันเดินหน้า เพื่อให้เกิดสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยจะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม ยกเลิกความในมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม เพื่อเปิดประตูให้มีการแก้ไขได้ง่ายขึ้น ตนคิดว่าวิธีนี้จะเป็นวิธีที่ยาก เนื่องจากผูกพันกับ ส.ว. จะให้ ส.ว.มาร่วมโหวตให้ตัวเองเสียประโยชน์ได้อย่างไร และจะเป็นสิ่งที่ทำให้รัฐบาลชุดปัจจุบันอยู่ยาวไปอีก ตนคิดว่ากระบวนการให้ได้มาซึ่ง ส.ส.ร.เราต้องมาตั้งหลักกันใหม่ วันนี้ถ้าพรรคการเมืองไม่ร่วมมือกับภาคประชาชน แล้วให้ภาคประชาชนเป็นผู้นำ การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่มีทางสำเร็จ ต้องให้ภาคประชาชนเป็นผู้นำ สร้างกระแสให้ได้เหมือนกระแสธงเขียวในช่วงก่อนได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ 2540 เท่านั้น ความหวังในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงจะเป็นไปได้และแก้ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงบางมาตรา เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2560 แต่ละมาตราผูกพันเกี่ยวเนื่องกัน

นายจตุพรกล่าวอีกว่า ทั้งประเทศไทยและ นปช. มีวิบากกรรมเหมือนกัน แต่คนละเรื่อง ถ้ารัฐบาลมีสติ ฝ่ายค้านมีความเข้าใจ ถ้าประชาชนได้ขยับเดินกันไป โดยไม่จำเป็นต้องเกิดการกระทบกระทั่ง อย่างไรก็ตาม ปัญหาของชาติไม่มีทางจะแก้ไขได้เลย หากไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันเปิดประตูให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเข้าไปแก้รัฐธรรมนูญ ในวันนี้ชัดเจนแล้วว่าปัญหาปากท้อง อย่างไรก็แก้ไม่ได้ ประเทศนี้จะให้มาแก้ปัญหาทีละเรื่อง คงไม่ทัน ต้องทำไปพร้อมๆ กัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับศักยภาพของรัฐบาล แต่อย่างไรก็ตาม หัวใจหลักของปัญหาประเทศนี้ ก็คือรัฐธรรมนูญ

บทความก่อนหน้านี้‘ศักดิ์สยาม’ สั่งยกเลิกสร้างเกาะกลางถนนทางหลวงทั่วประเทศ ให้หันมาใช้แบริเออร์ทำจากยางพาราแทน
บทความถัดไป“จุรินทร์”ไม่กังวล ฝ่ายรัฐบาลแพ้โหวต มั่นใจ รมต.ที่เป็นส.ส. คำนึงถึงการทำหน้าที่ในสภาฯ