ป.ป.ส. ส่งมอบกัญชาของกลางกว่า 1 ตัน ให้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

ป.ป.ส. ส่งมอบกัญชาของกลางกว่า 1 ตัน ให้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ใช้น้ำมันกัญชา เลขาชี้ข่าวมาเลเชีย ปลูกกัญชา เช็กแล้วเป็นแค่ความเห็นส่วนตัว

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่สำนักป้องกันแลปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการป.ป.ส.ส่งมอบของกลางกัญชาที่ได้รับการอนุญาตครอบครองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จำนวนรวม 1,005 กิโลกรัม ให้กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยมี นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และ นายอรัญ ทนันขัติ ผู้อำนวยการสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นผู้รับมอบ

นายนิยม กล่าวว่า ป.ป.ส. พร้อมสนับสนุนของกลางกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ โดยเป็นไปตามนโยบายของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ให้ความสำคัญ กับการนำกัญชาไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และการวิจัย เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการรักษาโรค เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ซึ่งในครั้งนี้ มี 2 หน่วยงาน ที่ได้รับการพิจารณาอนุมัติ ได้แก่ 1. กองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร กรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ขอรับสนับสนุนของกลางกัญชา จำนวน 1,000 กิโลกรัม เพื่อใช้ผลิตน้ำมันกัญชาจากตำรับยาหมอพื้นบ้าน ขนาด 5 ซีซี จำนวนประมาณ 660,000 ขวด ให้มีปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วย

2. สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขอรับสนับสนุนของกลางกัญชา จำนวน 5 กิโลกรัม เพื่อใช้ในการศึกษาวิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้สามารถใช้กัญชาทางการแพทย์ได้อย่างมีคุณภาพและปลอดภัย

นายนิยม กล่าวต่อว่า สำนักงานป.ป.ส. ได้สนับสนุนของกลางกัญชาก่อนหน้านี้ให้กับ 3 หน่วยงาน คือ โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้นอาจาโร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และคณะทันตแทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้นำของกลางกัญชา ไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ยื่นขอแล้ว และในครั้งนี้มีอีก 2 หน่วยงานดังกล่าว รวมเป็น 5 หน่วยงาน รวมของกลางกัญชาเป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,684 กิโลกรัม และยังมีอีก 10 หน่วยงาน ที่รอการพิจารณาขอรับสนับสนุน ของกลางกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และการวิจัย ทั้งนี้ การดำเนินการขอใช้ประโยชน์จากของกลางกัญชานั้น สามารถทำได้ตามเหตุผลและวัตถุประสงค์ที่หน่วยงานยื่นขอรับ โดยต้องเป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบที่กำหนดไว้

นายนิยม กล่าวต่อว่า ตอนนี้มีของกลางกัญชาที่ผ่านการคัดกรองตรวจสอบ และพร้อมส่งมอบให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ทางการแพทย์จำนวน 10 ตัน และล็อตใหม่ที่จับกุมได้ประมาณ 3-4 ตัน รอการตรวจสอบเบื้องต้น อย่างไรก็ตามขอย้ำว่ากัญชายังเป็นพืชเสพติด การปลูกครอบครองต้องอนุญาต

เมื่อถามว่าของกลางที่ส่งมอบให้ กรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ไม่ใช้ของกลางของ นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ และหมอพื้นบ้าน ที่ก่อนหน้ามีการตรวจยึด นายนิยมกล่าวว่า ไม่ใช่ ทั้งนี้อยากให้ผู้ที่จะใช้สารสกัดจากกัญชา ให้ไปปรึกษาแพทย์เป็นแนวทางที่ถูกต้องที่สุด อย่าซื้อมาใช้เอง

เมื่อถามว่ามีข่าวว่าประเทศมาเลเชียปลูกกัญชาโดยไม่ขัดต่ออนุสัญญาว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. 1961 แก้ไข้โดยพิธีสาร ค.ศ. 1972 และอนุสัญญาว่าด้วยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ค.ศ. 1971 ของสหประชาชาติ(ยูเอ็น) นายนิยม กล่าวว่า จากการตรวจสอบ ข้อมูลจากทางการมาเลเซียพบว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ทั้งนี้ประเทศในแถบกลุ่มโซนเอเซียไม่มีประเทศไหนทำผิดต่ออนุสัญญายาเสพติด การปลูกกัญชาต้องมีการแจ้ง การปลูก วัตถุประสงค์ ของการปลูก อีกทั้งยังต้องและรายงานต่อคณะกรรมการควบคุมสารเสพติดระหว่างประเทศ (INCB)

บทความก่อนหน้านี้บิ๊กตู่ คุย เด็กคณิต-วิทย์โอลิมปิก โอด อยู่แล้วเหนื่อย การเมืองไทย ‘ลีเซียนลุง’ ก็เอาไม่อยู่
บทความถัดไป‘อนุทิน’ ถก สสส. ปิดประตูบุหรี่ไฟฟ้า ชี้ ผิดกม.100% สูบแล้วติด เป็นอันตรายต่อเยาวชน