‘พิชัย’ ชี้เศรษฐกิจไทยแย่ 5 ปีรบ.บริหารจนเป็นกบต้ม

“พิชัย” ชี้เศรษฐกิจไทยแย่เกิดจาก 5 ปี บริหารจนเป็นกบต้ม ติงแนวคิด “สมคิด” สับสนยิ่งทำ “บิ๊กตู่” ไปไม่เป็น แนะนำ 7 ข้อรวมถึงรัฐบาลควรกำหนดแนวทางร่วมกับแบงก์ชาติ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในงานเสวนาในหัวข้อ “ข้อแนะนำและชี้แนะแนวทางเศรษฐกิจสำหรับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี” ที่สมาคมนักข่าว จัดโดยสภาที่ 3 ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเกิดจากสงครามการค้า แต่ส่วนใหญ่เกิดจากผลของการบริหารเศรษฐกิจที่ย่ำแย่มาตลอด 5 ปีกว่า เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำมาตลอด การส่งออกของไทยก็โตต่ำเฉลี่ยเพียงปีละ 2 % กว่าเท่านั้น สภาวะเศรษฐกิจเป็นเหมือน ทฤษฎีกบต้ม ที่น้ำค่อยๆ เดือดแล้วแต่กบยังไม่รู้ตัว และกำลังจะตายคาหม้อกันหมด แถมยังมาแจ้งจับคนเตือน ผลของการไม่รับฟังความคิดเห็น คิดว่าทำถูกต้องและดีแล้ว ทั้งๆ ที่ที่ผ่านมาทำผิดพลาดมาตลอด ผลของการปฏิวัติรัฐประหารที่ทำลายความเชื่อมั่น อีกทั้งทำให้ ไม่สามารถเจรจาการค้าได้ และยังลากกันมายาวนานถึง 5 ปี เป็นสาเหตุของการลงทุนที่หดหาย และยังจะสืบทอดอำนาจกันต่ออีก สงครามการค้าจึงเป็นเสมือนการเร่งไฟเพิ่มให้กับหม้อต้มกบ

นายพิชัยกล่าวว่า แม้กระทั่งทุกวันนี้ รัฐบาลยังปากแข็ง คิดว่าเป็นความสำเร็จ และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเองก็ยังไม่รู้เรื่องไปเปรียบเทียบว่าในช่วงปีนี้ ประเทศอื่นมีการส่งออกลดมากกว่าไทย โดยไม่ได้ดูเลยว่า 5 ปีที่ผ่านมา การส่งออกของประเทศเพื่อนบ้านขยายตัวหลายสิบเปอร์เซ็นต์มากกว่าไทยหลายเท่ามาก นอกจากนี้ จากที่นายสมคิดพูดทุกครั้งจะพยายามแสดงวิสัยทัศน์เหมือนกับว่านายสมคิดพึ่งเข้ามารับตำแหน่ง โดยไม่ได้ดูเลยว่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมามีผลงานเหมือนอย่างที่ได้พูดไหม ถ้ามีผลงานจริงเศรษฐกิจคงไม่ย่ำแย่ขนาดนี้ ประเทศไทยคงเป็นเหมือนเวียดนามที่ขยายการพัฒนาอย่างมากไปแล้ว ดังนั้น หากรัฐบาลยังไม่รู้ตัวและไม่ยอมรับความผิดพลาดที่ผ่านมา รัฐบาลจะไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ เพราะสำคัญตนผิด

นายพิชัยกล่าวว่า การที่นายสมคิดติดกรอบความคิดของตัวเองแบบนี้ พลเอกประยุทธ์ที่ไม่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจเลยยิ่งไม่ทราบเข้าไปใหญ่ว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยจะยิ่งมีปัญหามากขึ้น ทั้งนี้อยากขอแนะนำ 7 ข้อสำหรับ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลดังนี้ 1. เห็นด้วยกับแนวคิดของรัฐบาลที่จะกำหนดแนวทางร่วมกับแบงก์ชาติ โดยอยากให้กลับไปใช้แนวทางในอดีต เพราะที่ผ่านมาแนวทางแบงก์ชาติหลายครั้งไม่ได้ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ แต่แปลกใจที่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมากลับไม่ทำ จนกระทั่งมีปัญหาหนักจึงคิดจะมาทำ หากจำกันได้ ผมได้ออกมาพูดถึงปัญหานี้มาตลอด และออกมาสนับสนุนอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหลายหน แต่นายสมคิดกลับไม่คิดทำ สิ่งที่สำคัญคือจะมั่นใจได้อย่างไรว่าทีมเศรษฐกิจในปัจจุบันจะมีความรู้ความสามารถกำหนดแนวทางร่วมกับแบงก์ชาติได้เพราะขนาดความผิดพลาดของตัวเองที่ทำผ่านมายังไม่สำนึกเลย

2. การที่นายสมคิดขอร้องนักลงทุนไทยอย่าได้ไปลงทุนในต่างประเทศแต่จะให้ลงทุนในไทย แสดงถึงความไม่เข้าใจของนายสมคิดในภาวะพลวัตของเศรษฐกิจโลก การโยกย้ายฐานการผลิตไปประเทศที่มีต้นทุนต่ำกว่าเป็นธรรมชาติของธุรกิจ ในอดีตการโยกย้ายการลงทุนจากญี่ปุ่น มายัง ไต้หวัน เกาหลี และ จากไต้หวัน เกาหลี ย้ายมาไทย และจากไทยย้ายไปประเทศในอาเซียนเป็นพลวัตของเศรษฐกิจโลก แต่ปัญหาของไทยคือ ไทยต้องการการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้น ซึ่งนักลงทุนต่างประเทศไม่ลงมาลงทุนในอุตสาหกรรมแบบนี้ในไทย จากปัจจัยการเมือง ทำให้ไทยขาดการลงทุนมากว่า 5 ปี ถ้านายสมคิดยังไม่เข้าใจเรื่องนี้ จะยิ่งสะเปะสะปะ

3. ปัญหาสงครามการค้า และเริ่มลามเข้าสู่สงครามค่าเงิน จะเป็นเรื่องที่ยืดเยื้อและยาวนาน รัฐบาลต้องวางแผนการรับมือให้ดี โดยต้องดูเวียดนาม เป็นตัวอย่าง การเร่งสร้างความมั่นใจจากต่างประเทศ การเร่งเจรจาเขตการค้าเสรี เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งหากรัฐบาลยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรม และยังถูกสื่อหลักต่างประเทศโจมตีจะแก้ปัญหาในเรื่องนี้ไม่ได้

4. พลเอกประยุทธ์ จะต้องศึกษาเรื่องเศรษฐกิจโดยตัวเองให้มากๆ การที่นายสมคิดสร้างความสับสน พอส่งออกปีไหนดีก็บอกฝีมือรัฐบาล พอส่งออกปีไหนไม่ดี ก็บอกจะไม่พึ่งส่งออก จะอาศัยการบริโภคภายในประเทศ ทั้งๆ ที่จีดีพีขยายตัวต่ำมาก จะเอารายได้ที่ไหนไปเพิ่มให้ประชาชนบริโภค แถมจีดีพีที่เพิ่มก็ไปเข้ากระเป๋าเจ้าสัวและมหาเศรษฐีกันหมด อีกทั้ง การแจกเงินโดยไม่สร้างรายได้ถาวรจะไม่สามารถสร้างการบริโภคอย่างยั่งยืนได้ อย่างเช่น 6 เดือนแรกของปีนี้ มีทั้ง การแจกเงิน และ มีทั้งเงินหมุนเวียนจากการเลือกตั้งเศรษฐกิจไทยก็ยังขยายตัวต่ำมาก

5. การช่วยเหลือคนมีรายได้น้อยเป็นสิ่งที่ถูกต้องและจำเป็น แต่ต้องมีแผนการสร้างรายได้อนาคตด้วย ไม่ใช่จะคิดแจกอย่างเดียว โดยเฉพาะข้ออ้างว่าแจกไปเที่ยว 1,500 บาท เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลเลยในภาวะเช่นนี้

6. วัตถุประสงค์หลักของกระทรวงดีอี ควรจะต้องเร่งสร้างเศรษฐกิจสมัยใหม่ให้เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด โดยร่วมมือกับกระทรวงอื่นๆ แต่ปัจจุบัน ได้ยินแต่เรื่องศูนย์เฟคนิวส์เท่านั้น ซึ่งคนอาจจะเข้าใจว่ารัฐจะปล่อยเฟคนิวส์เองหรือไม่ เพราะเศรษฐกิจ 5 ปีนี้ย่ำแย่สุดขีดแต่กลับมีข่าวโต้แย้งว่า 5 ปีนี้เศรษฐกิจดี ไม่แย่อย่างที่นักการเมืองบิดเบือน อย่างนี้จะถือเป็นเฟคนิวส์ไหม ?

7. กำหนดแนวทางประเทศที่เป็นรูปธรรมว่าไทยจะมีการพัฒนาอย่างไร ไม่ใช่พูดแต่ฟังดูดี แต่จับต้องไม่ได้ รัฐบาลจะเลือกโมเดลของประเทศไหนที่จะให้เป็นโมเดลการเติบโตของประเทศไทย และต้องชี้แจงให้เป็นรูปธรรมไม่ใช่บ่นแบบคืนวันศุกร์ ทั้งนี้ ยังไม่เคยปรากฏว่ารัฐบาลที่สื่อหลักต่างประเทศร่วมกันวิจารณ์ว่าเป็นรัฐบาลสืบทอดอำนาจของระบอบเผด็จการจะสามารถพัฒนาประเทศให้เจริญได้

“นี่เป็นเพียงบางแนวทางหลักๆ เท่านั้น หากจะให้พูดหมดคงใช้เวลานาน และอยากให้พลเอกประยุทธ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ได้ค่อยๆ ทำความเข้าใจทีละเรื่อง เพราะจะรู้เรื่องทั้งหมดทันทีคงไม่ง่าย ห่วงแต่ว่ากว่าพลเอกประยุทธ์จะเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจทั้งหมด ประเทศไทยอาจจะย่ำแย่ไปเสียก่อนแล้ว กบคงจะถูกต้มตายลอยอืดกันเต็มหม้อหมดก่อนแน่” นายพิชัยกล่าว

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้พาณิชย์เตรียมยกร่างประกาศนำเข้าเหรียญตัวเปล่าโลหะเพื่อผลิตเหรียญกษาปณ์ ป้องกันการปลอมแปลง
บทความถัดไป‘ชวน’ ชี้ หาก ‘บิ๊กตู่’ ไม่มาตอบกระทู้ถวายสัตย์ฯ ต้องแจงสภาเหตุติดขัดอะไร