‘หมวดเจี๊ยบ’ แซะ ‘บิ๊กแดง’ อย่าทำตัวเป็น ‘ลูกแมวน้อยของลุงตู่’ แนะดูตัวอย่างกองทัพประเทศเจริญแล้ว

“หมวดเจี๊ยบ” แซะ “บิ๊กแดง” ย้ำกองทัพต้องหนุนทุก รบ. ไม่ใช่เป็นลูกแมวน้อยของ “ประยุทธ์” เท่านั้น อัดเลิกแทรกแซงการเมือง แนะเอาตัวอย่างกองทัพประเทศเจริญแล้ว
เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สาเหตุที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ออกมาประกาศว่าจะไม่ก่อรัฐประหารกับรอยเตอร์ น่าจะเป็นเพราะต้องการส่งสัญญาณหนุนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่อย่างนั้นทำไมจึงจงใจออกมาให้ข่าวในจังหวะที่ รัฐบาลประยุทธ์กำลังตกที่นั่งลำบาก เพราะถูกกดดันให้รับผิดชอบกรณีกล่าวคำถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

ทั้งนี้ อย่าบอกว่าตนมองโลกในแง่ร้าย เพราะเคยเห็นมาแล้วว่าในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ผู้บัญชาการเหล่าทัพหลายคนนิยมส่งสัญญาณทางการเมืองผ่านสื่อด้วยวิธีคล้ายๆกันนี้ เพื่อแสดงการเลือกข้างทางการเมือง โดยเฉพาะ ผบ.ทบ.ในอดีตบางคน ที่ตอนนี้นั่งเป็นรัฐมนตรีอยู่ใน ครม.ชุดปัจจุบันยิ่งชอบทำแบบนี้มาก ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าท่าทีของคนเป็น ผบ.ทบ.ย่อมมีผลต่อการกำหนดท่าทีของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาการทำผิดรัฐธรรมนูญของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในครั้งนี้อย่างแน่นอน

สิ่งที่น่าห่วงก็คือคนที่จะต้องทำหน้าที่เป็นกรรมการ จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาได้ยังไง ในเมื่อกองทัพกางปีกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ขนาดนี้ ถือเป็นการกดดันผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าไม่เรียกว่าเป็นการแทรกแซงทางการเมือง แล้วจะให้เรียกอะไร เพราะเมื่อกล่าวถึงพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล พล.อ.อภิรัชต์ก็แสดงออกอย่างเปิดเผย โดยไม่มีการสงวนท่าทีเลยว่ากำลังต่อสู้กันอยู่ ทั้งที่การจัดระเบียบพรรคการเมืองไม่ใช่หน้าที่ของกองทัพหรือ ผบ.ทบ.

ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวต่อว่า ถ้ามองแค่ผิวเผิน ก็ต้องบอกว่าคำสัญญาว่าไม่ยึดอำนาจย่อมเป็นเรื่องที่ดี แต่จะดีกว่านี้มากถ้ากองทัพมีจุดยืนที่จะไม่ปฏิวัติรัฐประหารอย่างคงเส้นคงวา เพราะตามหลักแล้ว กองทัพต้องให้ความร่วมมือกับทุกรัฐบาล ไม่แทรกแซงทางการเมืองไม่ว่าหัวหน้ารัฐบาลจะเป็นฝ่ายไหน

แต่ก็น่าสงสัยว่าถ้าพรรคที่จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จหลังการเลือกตั้งปี 62 ไม่ใช่ขั้วของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่ทราบว่า พล.อ.อภิรัชต์ จะทำตัวเป็น ผบ.ทบ.ที่น่ารัก และ อยู่ในโอวาทของรัฐบาล แบบที่เป็นลูกแมวน้อยของลุงตู่อย่างนี้หรือเปล่า

ทั้งนี้ การแทรกแซงทางการเมืองของทหาร คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเมืองไทยตกอยู่ในสภาพแบบไฮบริด มีความเป็นเผด็จการประชาธิปไตย ถือเป็นประชาธิปไตยจอมปลอม หรือ เฟคเดโมเครซี่ ซึ่งเลวร้ายพอๆ กับเฟคนิวส์ที่รัฐบาลและ ผบ.ทบ.ชอบอ้างถึง จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมจึงมีกระแสต่อต้านรัฐบาลเต็มโลกโซเชียล เพราะคนไทยสมัยนี้มีความตื่นตัวทางการเมืองสูงและหาข้อมูลเก่ง จึงไม่ยอมให้ใครมาชี้นำและล้างสมองไม่ได้ง่าย ๆ ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อแบบในยุคสงครามเย็น

“ผบ.ทบ. หรือนายกฯ ก็อย่าไปหงุดหงิดและอย่าไปโทษความคิดของคนรุ่นใหม่ว่ามีเจตนาที่ไม่ดี แต่กองทัพและรัฐบาลต้องย้อนดูตัวเองด้วยว่าเป็นฝ่ายเติมเชื้อไฟของความขัดแย้ง หรือเป็นตัวการสร้างความแตกแยกในสังคมเสียเองด้วยหรือไม่ จึงโดนวิพากษ์วิจารณ์เสียๆ หายๆ ทางที่ดีพวกท่านควรหันไปดูตัวอย่างการวางตัวของกองทัพในประเทศที่เจริญแล้ว เช่น สหรัฐ อังกฤษ หรือญี่ปุ่นด้วย จะเห็นได้ว่าเขาไม่ได้ผูกขาดความรักชาติไว้คนเดียว และไม่ใช้ความมั่นคงเป็นข้ออ้างในการแทรกแซงการเมืองการปกครองของประเทศ เขาจึงเป็นที่รักและได้รับความเคารพจากประชาชน” ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าว

บทความก่อนหน้านี้เชิงบันไดทำเนียบ : ‘บิ๊กตู่’ ปาดเหงื่อปม ‘ถวายสัตย์ฯ’ – ชะตา ‘บิ๊กป้อม’ ในวัน ‘ถูกตัดปีก’
บทความถัดไปธรรมนัส ขอลาประชุมสภาไปบรรเทาทุกข์ ปชช. ก่อน‘บิ๊กตู่’ลุยสุรินทร์แก้แล้ง 19 ส.ค.