นัดพิจารณาคดี ‘บิ๊ก ป.ป.ช.’ ยื่นทรัพย์สินเท็จ 260 ล. เสร็จสมบูรณ์ 13 ส.ค.

นัดพิจารณาคดี ‘บิ๊ก ป.ป.ช.’ ยื่นทรัพย์สินเท็จ 260 ล. เสร็จสมบูรณ์ 13 ส.ค. ยัน ยิ่งเป็น “คนใน” ยิ่งต้องตรวจเข้มกว่าคนนอก

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่เมืองทองธานี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการไต่สวนผู้บริหารระดับสูงของสำนักงาน ป.ป.ช. กรณียื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ควรแสดงต่อ ป.ป.ช. จำนวน 260 ล้านบาท ว่า ในกฎหมาย ป.ป.ช.ระบุไว้ชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช. ตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการสำนักขึ้นไป รวมถึงเจ้าหน้าที่ไต่สวน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สิน มีหน้าที่ยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ซึ่งกรรมการ ป.ป.ช.จะต้องตรวจสอบความถูกต้อง และดูพฤติการณ์อื่นๆ ประกอบในกรณีเข้ารับตำแหน่ง พ้นตำแหน่ง พ้นตำแหน่ง 1 ปี และยื่นทุก 3 ปีที่อยู่ในตำแหน่ง เหมือนกับเจ้าหน้าที่ของรัฐรายอื่นๆ

นายวรวิทย์ กล่าวว่า การดำเนินการตรวจสอบก็ทำตามกฎหมายที่ระบุว่า การทำงานของ ป.ป.ช.เพื่อให้เกิดธรรมาภิบาล โดยกลุ่มที่ทำหน้าที่เดียวกันจะตรวจสอบกันเองไม่ได้ เช่น หากเป็นพนักงานไต่สวนจะให้พนักงานไต่สวนมาตรวจสอบกันเองไม่ได้ แต่อาจให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในกลุ่มตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินเป็นผู้มาตรวจสอบ เช่นเดียวกันกับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินก็จะตรวจสอบกันเองไม่ได้ แต่จะมีเจ้าหน้าที่อีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้ทำหน้าที่เดียวกัน จัดเป็นกลุ่มพิเศษขึ้นมาดำเนินการตรวจสอบ โดยทำหน้าที่เหมือนๆ กับการตรวจสอบเจ้าพนักงานของรัฐ ทุกคนอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน โดยเฉพาะหากพบว่า เจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช.กระทำความผิดจะต้องถูกดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีตรวจสอบพบว่า ผู้บริหารระดับสูงของ ป.ป.ช.ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน นายวรวิทย์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องนี้ต้องบอกก่อนว่า ขั้นตอนการดำเนินการของ ป.ป.ช.นั้นยังไม่เรียบร้อยสมบูรณ์ และคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะมีการพิจารณากันในวันอังคารที่ 13 สิงหาคมนี้

เมื่อถามว่า แล้วต้องดำเนินการขั้นตอนใดอีก คดีจึงจะเสร็จสมบูรณ์ นายวรวิทย์ กล่าวว่า ตรงนั้นเป็นรายละเอียดของคดี จึงต้องขออนุญาตว่าถ้าพิจารณาเสร็จแล้วจะแถลงให้สังคมทราบต่อไป แต่ขอย้ำว่า ถึงแม้จะเป็นคนใน ป.ป.ช.เองเราก็พิจารณาตามกฎหมายเหมือนกัน อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน โดยเฉพาะคนในยิ่งจะต้องเข้มงวดมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นคนของเราเอง

เมื่อถามว่า บุคคลดังกล่าวจะหยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนหรือไม่ในขณะที่ถูกไต่สวน นายวรวิทย์ กล่าวว่า ยังปฏิบัติหน้าที่ปกติ เพราะถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ เมื่อถามย้ำว่า ในเมื่อมีคนใน ป.ป.ช.ที่เป็นองค์กรตรวจสอบ เข้ามามีปัญหาเสียเอง จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อถือขององค์กรหรือไม่ นายวรวิทย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้กังวล เพราะไม่ว่าใครก็แล้วแต่หากมีส่วนเกี่ยวข้องเราก็ทำหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบ และถ้าตรวจสอบแล้วพบว่ากระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายกำหนด แต่ถ้าไม่ผิดก็ยุติเรื่องไป

เมื่อถามถึงกรณีกฎหมายระบุว่า หากเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.กระทำผิดเสียเอง จะมีโทษสองเท่า นายวรวิทย์ กล่าวว่า เรื่องโทษสองเท่าเป็นเรื่องของการกระทำความผิดทุจริต ไม่เกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สิน

บทความก่อนหน้านี้ไปดูต้นแบบ แอพ “หาหมอผ่านอินเตอร์เน็ต”จะเกิดได้ต้องอาศัย “รัฐบาล”
บทความถัดไป“นิกร” ยื่นเสนอร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีจราจร ต่อสภาผู้แทนราษฎร ชี้เป็น กม.ใหม่ ใช้วิธีตัดแต้ม