“สมคิด”จ่อตั้งครม.เศรษฐกิจ โยนไตรภาคีเคาะค่าแรง เตือนฝ่ายค้านคนอยากฟังเรื่องสร้างสรรค์

“สมคิด” จ่อ ตั้ง ครม.เศรษฐกิจ โยนไตรภาคีเคาะค่าแรงขั้นต่ำ ไม่หวั่นฝ่ายค้านอภิปรายนโยบาย เตือน ชาวบ้านอยากฟังเรื่องสร้างสรรค์

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้พูดคุยกับประธานสภาอุตสาหกรรม ได้ยืนยันไปว่าไม่ได้กังวลในการเป็นรัฐบาลผสม ว่าจะทำงานลำบากขึ้นหรือไม่ ซึ่งจะมีกลไกในการขับเคลื่อนนโบายต่างๆ ให้การทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ขณะเดียวกันก็ได้หารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถึงแนวทางในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ ที่ประกอบไปด้วย รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เพื่อมาประชุมร่วมกันเป็นระยะๆ โดยหวังให้การทำงานเป็นเนื้อเดียวกัน และประสานงานได้ดีขึ้น ซึ่งจะมีนายกฯเป็นประธาน ครม.เศรษฐกิจ แต่ขึ้นอยู่กับว่าช่วงเวลาใดมีวาระที่สำคัญ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งครม.เศรษฐกิจ ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เพราะเคยเกิดขึ้นมาแล้วในสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และสมัยรัฐบาลไทยรักไทย

นายสมคิด กล่าวถึงการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำตามที่มีพรรคการเมืองหาเสียงไว้ว่า ไม่ต้องกังวลในเรื่องดังกล่าว ซึ่งเป็นเรื่องที่คณะกรรมการไตรภาคีทั้ง 3 ฝ่ายต้องพูดคุยหารือถึงมาตรการที่เหมาะสมอยู่แล้วว่า จะขึ้นค่าแรงเท่าไหร่ ขณะที่พรรคการเมืองพูดอะไรไว้ก็ต้องทำตามนั้น แต่ก็ได้พูดชัดว่าการขึ้นค่าแรงต้องขึ้นตามทักษะฝีมือ ดังนั้นทุกอย่างต้องมีพัฒนาการ และต้องเข้าสู่ที่ประชุมไตรภาคี พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

นายสมคิด กล่าวถึงการแต่งตั้งนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ เป็นที่ปรึกษาหลังจากพลาดตำแหน่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่า ต้องรอการประชุม ครม. ครั้งต่อไป ภายหลังการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เมื่อถามถึงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (เลขาฯรองนายกฯสมคิด)นั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะเป็นใคร ส่วนจะเป็นคนที่มาจากพรรคพลังประชารัฐหรือไม่นั้น นายสมคิด กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เพราะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม

เมื่อถามว่าการแถลงนโยบายของรัฐบาลในวันที่ 25-26 กรกฎาคมนี้ กังวลหรือไม่ว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายนอกประเด็น นายสมคิด กล่าวว่า ไม่กังวล แต่อยากบอกว่าประชาชนอยากฟังในเรื่องที่สร้างสรรค์ว่านโยบายของรัฐบาลมีอะไรบ้าง และมีอะไรต้องเพิ่มเติม จึงต้องมาร่วมกันทำงาน เชื่อว่าทุกคนอยากให้บ้านเมืองไปได้ และนโยบายมีอะไรขาดหรือต้องเพิ่มเติมตรงไหนหรือไม่ ส่วนที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายคุณสมบัติของรัฐมนตรีนั้น ส่วนตัวไม่ทราบ

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้“ศรีสุวรรณ”ยื่นอัยการส่งศาลรธน. สั่งห้าม “ธนาธร”จ้อสื่อนอกให้ร้ายประเทศ ส่อล้มการปกครอง
บทความถัดไป“ช่อ”ข้องใจ “พุทธิพงษ์”ผุดตั้งศูนย์ต้านเฟคนิวส์ หวั่นเป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้ามมากกว่า