“เสี่ยหนู” ลั่นเดินหน้ากัญชา ส.ค.นี้ 1 ปีเห็นผล ขู่ ขรก.ทำไม่ได้ขอให้บอก จะเอาคนอื่นมาทำ

เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 19 ก.ค. 62 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อสักการะท่านท้าวมหาพรหม ที่ประดิษฐานอยู่บนตึกไทยคู่ฟ้า และลงมาสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตาศาลยาย เพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนพาสื่อมวลชนไปเยี่ยมห้องทำงานที่ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1

นายอนุทิน กล่าวถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลว่า ขณะนี้มีความพร้อมที่แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ซึ่งรัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ได้เตรียมพร้อมชี้แจ้งในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วนของพรรคภูมิใจไทย ที่มีเรื่องกัญชาเพื่อการแพทย์ ซึ่งตนได้ให้นโยบายกับทางกระทรวงสาธารณสุข ไปตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยนโยบายเรื่องกัญชา จะเริ่มทำภายในหนึ่งปี และจะพัฒนาต่อยอดไปไม่สิ้นสุด โดยมีความหวังว่าพืชชนิดนี้จะสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยได้ และจะขยายต่อยอดสู่การปลดล็อกกัญชงให้เป็นพืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประเทศและประชาชน

นายอนุทิน กล่าวว่า ทั้งนี้ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนำกัญชามาใช้ บางส่วนสามารถประกาศเป็นกฎกระทรวงได้ทันที บางส่วนต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการยาเสพติดแห่งชาติ และบางส่วนอาจต้องปรับปรุงกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันยังครอบคลุมการใช้เพียงบางส่วน แต่จะต้องแก้ไขเพื่อขยายวงกว้างให้มากขึ้น โดยไม่ใช่ใครก็สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม การปลูกกัญชาจะเริ่มจากในโรงพยาบาลก่อน โดยผ่านเครือข่าย อสม.และขณะนี้รอขับเคลื่อนการทำงานเพื่อเดินหน้าจะเป็นสถาบัน มีการลงนามร่วมกันระหว่างองค์การเภสัชกรรม รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ต่อไป

นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องกัญชา จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้ โดยจะมีจะขั้นตอนดำเนินการประมาณ 4-5 ขั้นตอน เช่น จะต้องแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ปลูกในบ้านเรือนได้ ก่อนจะมาเป็นยา จะให้ครอบคลุมในโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ขยายไปสู่วิสาหกิจชุมชน และต้องทำความเข้าใจกับประชาชน ให้เข้าใจถึงประโยชน์และโทษก่อนนำมาใช้เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ไม่ใช่เสพจนเกินปริมาณ ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวถือเป็นนโยบายเร่งด่วน หากไม่ทำอาจผิดมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฎิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ

“ผมไปกระทรวงฯได้บอกว่า อย่าบอกว่าทำไม่ได้ เพราะต้องหาทางทำให้ได้ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเพื่อจะลดอำนาจรัฐ แก้ปัญหาให้ทำได้ เรื่องนี้อย่าบอกว่าทำไม่ได้ เพราะถ้าทำไม่ได้ ก็จะหาคนที่ทำได้มาทำ และจากการพูดคุยกับปลัดกระทรวงสาธารณสุข ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี รวมทั้งสะท้อนอุปสรรคและปัญหาว่าทราบว่าทำไมยังทำไม่ได้ แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ”นายอนุทินกล่าว

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้เกษียร เตชะพีระ | จินตนาการปลายอุโมงค์
บทความถัดไปอุกฤษฏ์ ปัทมานันท์ : ชนชั้นนำ-พลเมืองในสังคมพม่าหลังการปฏิรูปการเมือง