‘อนุทิน’ มอบนโยบายเร่งด่วน ขรก.สธ. ลั่นดัน ‘กัญชา’ เข้าบัญชียาหลัก วอนทุกฝ่ายช่วยทำงาน

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ.แถลงข่าวภายหลังมอบนโยบายเร่งด่วนให้แก่คณะผู้บริหารระดับสูงในสังกัด สธ.

นายอนุทิน แถลงว่า ได้มอบนโยบายเร่งด่วน โดยให้เน้นการปรับปรุง และยกระดับการให้บริการของสถานพยาบาล ให้ดูแลประชาชน และผู้ป่วยให้ได้รับความสะดวกสบายเป็นหลัก รวมถึงพยายามสร้างองค์ความรู้ให้ประชาชนรักษาตนเองในเบื้องต้น เพื่อลดอัตราเจ็บป่วย ผู้ป่วยติดเตียง และความแออัดในโรงพยาบาล ตลอดจนการอบรมบุคลากรทางการแพทย์ในเรื่องการรักษาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น ต่อมานโยบายกัญชา จะพยายามผลักดันเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพ เพื่อให้สามารถจ่ายยาและให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และงบประมาณของรัฐ ซึ่งโครงการหลักประกันสุขภาพเป็นการเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข หลายคนที่สามารถดูแลตัวเองได้ โดยไม่ต้องใช้สิทธิประโยชน์ของรัฐ เท่ากับเป็นการทำบุญให้แก่บ้านเมือง และประชาชน ในการนำโควต้าของตนเองให้แก่ผู้ที่มีความจำเป็นต้องรับบริการของรัฐอย่างแท้จริง

นายอนุทิน กล่าวถึงการผลักดันกัญชาและกัญชง ว่า จะผลักดันเรื่องดังกล่าวเพื่อใช้เสรีทางการแพทย์โดยเร็วที่สุด โดยก้าวแรกจะเร่งผลักดันเข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ โดยส่วนใดที่เป็นปัญหาคอขวด และอุปสรรค หากอยู่ในขอบข่ายของ สธ. เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการให้บรรลุผลได้ ส่วนหน่วยงานอื่น คือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จะประสานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) และเลขาธิการ ป.ป.ส. ซึ่งได้มีการประสานในเบื้องต้นแล้ว โดยคนพร้อมให้ความร่วมมือในเรื่องการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์อย่างเต็มที่

“ยืนยันในส่วนของกัญชง จะต้องเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งตอนนี้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้เตรียมปลดล็อกสารซีบีดี ซึ่งเป็นสกัดสำคัญในกัญชงอยู่แล้ว ปัจจุบันรอคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษพิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยกำชับให้ถ้าปลดแล้ว ต้องปลดเลย ไม่ใช่ต้องมานั่งแก้กฎหมายอีก ถ้าทำต้อง ต้องทำให้จบ ไม่ใช่ขายผ้าเอาหน้ารอด ส่วนกัญชาเสรี เพื่อสันทนาการก็เป็นเรื่องของแต่ละบ้าน เป็นผลพลอยได้” นายอนุทิน กล่าวและว่า ขณะนี้ไม่มีคำว่านโยบายของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) อีกแล้ว มีแต่นโยบายของรัฐบาล ส่วนกัญชาเสรีที่ประกาศก่อนหน้านี้ ไม่ต้องนำมาปรับใช้ เพราะตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งในร่างคำแถลงนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะแถลงต่อที่ประชุมสภา โดยได้ถูกบรรจุอยู่ในวาระเร่งด่วนในหน้า 28 แล้ว

เมื่อถามถึงการขึ้นเงินเดือนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็น 5,000 บาท นายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้ใจเย็นๆ แต่อันไหนทำได้ก็จะทำก่อน ทุกอย่างต้องเป็นไปในทางที่ดี ทุกอย่างต้องคุยกันก่อน ทำได้แค่ไหน หากอยู่ขอบเขตของ สธ. ก็ทำได้เลย ส่วนเรื่องใดจะต้องเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะต้องทำการบ้านให้ดีก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการทบทวนนโยบายหรือไม่ เนื่องจากราชวิทยาลัยเด็กและราชวิทยาลัยจิตแพทย์มีความห่วงใยเรื่องการใช้กัญชาในเด็ก นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้จะทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ก่อน ยืนยันว่าทุกอย่างมีคุณประโยชน์และโทษ โดยกัญชาต้องอยู่ภายใต้การควบคุมการใช้ อย่าว่าแต่เด็กเลย ผู้ใหญ่ก็ต้องควบคุมการใช้ อย่าให้คนที่ไม่ควรใช้ ได้ใช้ หยิบฉวยอย่างสะดวกและอิสระ ขณะที่กัญชง หลังจากนี้จะมีการปลดล็อกสารซีบีดีที่อยู่ในกัญชง ซึ่งเป็นของดี เช่นเดียวกับทีเอชซี ซึ่งเป็นสารสกัดสำคัญ แต่ต้องมีกาจำกัดการใช้เฉพาะกลุ่มที่ต้องการใช้

นายอนุทิน กล่าวถึงการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการว่า เป็นเรื่องของผลพลอยได้ ซึ่งในอนาคตจะนำร่องให้ อสม.เริ่มปลูกภายในครัวเรือนไม่เกิน 6 ต้นในบ้านที่มีผู้ป่วย เพื่อให้ใช้รักษาโรคภายในบ้านเรือนของตนเองได้ เช่น การเจริญอาหาร เป็นต้น แต่สิ่งที่จะไม่เกิดขึ้น คือ การซื้อขายและการพกพากัญชาออกนอกสถานที่ เพราะกัญชาต้องถูกควบคุม โดยเน้นเรื่องหลัก จะต้องเพื่อทางการแพทย์

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้มีเรื่องใดหนักใจเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า หนักใจเรื่องเฟซบุ๊ก ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีเพจดังออกมาด่า ผลักใสไล่ส่ง ตั้งแต่ยังไม่เข้ากระทรวงแล้ว อย่างไรก็ตาม อยากให้ทุกคนให้โอกาสตนและคณะ ได้เข้ามาทำงาน

เมื่อถามอีกว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการไปพูดคุยร่วมกับ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และนักวิชาการในแวดวงทางการแพทย์ จะมีการทาบทามมาดำรงตำแหน่ง หรืออยู่ในคณะทำงานรัฐมนตรี หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า การแต่งตั้งคณะทำงานรัฐมนตรี อาทิ ที่ปรึกษารัฐมนตรี จะมีขึ้นทันที ภายหลังแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐบาลแล้ว ส่วนจะทาบทามมาดำรงตำแหน่งทางวิชาการหรือไม่นั้น ยืนยันว่าคงไม่มีการทาบทามมาดำรงตำแหน่งใด แต่เป็นการพูดคุย หารือในประเด็นสาธารณสุข เพื่อนำมาพัฒนาระบบสาธารณสุขที่ควรจะเป็น ซึ่งเป็นเรื่องดีที่แต่ละท่านได้อาสาสมัครมาช่วยในการพัฒนาบ้านเมือง อย่าง นพ.สุรพงษ์ ผู้ผลักดันหลักประกันสุขภาพ ที่ได้ทำคลอดเรื่องนี้มาเอง ก็ได้กรุณาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมาก ส่วนแนวทางการพัฒนาบัตรทองนั้น ตนได้จดจาก นพ.สุรพงษ์ ไว้อยู่ ส่วนนี้ค่อยว่ากัน

“ตอนนี้ไม่รู้ว่าน้ำมันจะหมดเมื่อไหร่ ทุกอย่างไม่มีเป้า แต่จะผลักดันงานอย่างเต็มที่ โดยได้กำชับในที่ประชุมผู้บริหารขอให้ข้าราชการ สธ.ช่วยกันทำงาน โดยให้ยึดนโยบายของ รัฐมนตรีทั้งสองคนเป็นหลัก ส่วนที่ผ่านมาหากมีอะไรไม่ตรงกันก็ปล่อยไป เพราะทุกคนมีความคิดแตกต่างกัน” นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้าย

นอกจากนี้ นายอนุทิน กล่าวถึงกรณีการพิจารณาสูตรน้ำมันกัญชาของนายเดชา ศิริภัทร หรือ อาจารย์เดชา ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี ได้มอบหมายให้ปลัด สธ. เป็นผู้ติดตามเรื่องดังกล่าวแล้ว เพราะเป็นข้าราชการประจำ ซึ่งมีภารกิจรับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ สธ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการ สธ. ได้แบ่งงานให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. รับผิดชอบในเบื้องต้นแล้ว ได้แก่ กรมอนามัย กรมสุขภาพจิต กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และกรมการแพทย์

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้‘ดร.แหม่ม’ เต็ง 1 โฆษกรัฐบาล รู้เศรษฐกิจ ภาษาอังกฤษ ‘เป๊ะ’ แต่หวั่นกระทบงาน ส.ส.
บทความถัดไป‘ณัฏฐพล’ กวาดเรียบ ‘สพฐ.-สอศ.-สป.ศธ.’ ให้ ‘คุณหญิงกัลยา-กนกวรรณ’ ดูงานเล็กๆ น้อยๆ