“หอการค้าตรัง” จี้รบ.เร่งแก้ปัญหาคอรัปชั่น-ปากท้องประชาชน ไม่เห็นด้วยเพิ่มค่าแรงหวั่นแรงงานตกงานเพิ่ม

นายพิชัย มะนะสุทธิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า อยากเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเร่งด่วน 2 ข้อ คือ ปัญหาคอรัปชั่นซึ่งเป็นปัญหาหลักของสังคม และการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะจังหวัดตรัง มียางพาราและปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นปัญหาพื้นฐานของเศรษฐกิจ ทำอย่างไรให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ต้องมีการพัฒนาคุณภาพผลิตผลทางการเกษตรมีการแปรรูปเพิ่มมูลค่า พัฒนาการส่งออก ให้มีระบบการค้าที่ดีขึ้น ผลผลิตการเกษตรออกไปมีราคาที่ดีที่สุดให้แก่เกษตรกร

นายพิชัยกล่าวว่า หากจะกำหนดเวลาให้รัฐบาลว่ากี่วัน กี่เดือนในการลงมือแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะโครงการที่เป็นนโยบายของรัฐบาล ที่เคยให้สัญญากับประชาชนในขณะหาเสียงเลือกตั้ง ตนมองว่ารัฐบาลคงมีความคิดอยู่แล้วว่าจะทำอย่างไร แต่ควรจะลงมือทำให้เร็วที่สุดยิ่งดี ขอให้มีความกระเตื้องของรายได้ระบบฐานรากของประเทศที่ดีขึ้น ดีขึ้น สร้างขวัญกำลังใจให้เกษตรกรและภาคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจ ภาคข้าราชการก็ตาม สำหรับการท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง ตนเองต้องการให้ภาครัฐและภาคราชการโปรดพิจารณาถึงความเป็นไปได้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดตรังให้มีศักยภาพสูงขึ้น มีความดึงดูด ความพร้อมที่จะให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดตรังมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ตนมองว่าการท่องเที่ยวของจังหวัดตรังมีโอกาสที่จะเติบโตเทียบเท่ากับจังหวัดอื่น แต่จะต้องมีการสนับสนุนในลักษณะบางอย่างมีการเอื้อต่อภาคเอกชนที่ทำธุรกิจการท่องเที่ยว การส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองต้องส่งเสริมให้แหล่งการท่องเที่ยวนั้นมีสิ่งดึงดูดที่น่าสนใจสามารถนำนักท่องเที่ยวเข้ามาได้ ไม่ว่าจะด้วยทางผู้ประกอบการเองหรือทางภาคราชการต้องร่วมมือกันพัฒนา ซึ่งจังหวัดตรังเองยังมีอุปสรรคบางอย่างที่ต้องคุยกันในรายละเอียด

นายพิชัยกล่าวว่า ในส่วนค่าแรงขั้นต่ำที่ทางพรรคพลังประชารัฐได้มีการเสนอปรับค่าแรงเป็น 400 บาท นั้น ตนมองว่าถ้าเทียบกับเศรษฐกิจปัจจุบันแล้ว มองว่ายังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะขึ้นเป็น 400 บาทตามที่ได้พูดได้ประกาศเอาไว้ แต่อาจจะเป็นเป้าหมายในอนาคตก็ได้ แต่ ณ ปัจจุบันไม่เหมาะสม เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการเองก็ยังแบกภาระของค่าแรงปัจจุบันต้องดิ้นรนต่อสู้กันอยู่ ถ้ามาเพิ่มค่าแรงอีกกว่า 30% เช่นนี้ จำเป็นต้องให้ผู้ประกอบการหาทางออกและจะเกิดผลกระทบต่อแรงงานมุมกว้าง สำหรับการปรับค่าแรงในอนาคตอาจจะเป็นไปได้ อาจจะปรับไปถึงแต่ต้องค่อย ๆก้าวไป ต้องให้ผู้ประกอบการหรือภาคเอกชนที่มีการลงทุนต้องมีกำไรพอที่สามารถจ่ายค่าแรงตรงนั้นได้ เพราะถ้าบังคับใช้ทันที คิดว่าเกิดผลกระทบทางลบอย่างมากต่อผู้ประกอบการและแม้กระทั่งแรงงานเอง เกิดการตกงาน หางานยากมากขึ้นในอนาคต

บทความก่อนหน้านี้ชาวบ้านร้องส.ส.พปชร.ป้ายแดง ช่วยแก้น้ำท่วมซ้ำซากตรัง
บทความถัดไปศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ : ในอินเดีย บวชนาคไม่มี มีแต่สึกนาค และเข้าพรรษาก็ไม่ได้มีเฉพาะในศาสนาพุทธ