“ชำนาญ” เชื่อ “อนาคตใหม่” หาผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ได้ ไม่ต้องหลีกให้ “ชัชชาติ” ชี้คนละบริบทการเมือง

วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 นายชำนาญ จันทร์เรือง รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่(อนค.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองผู้สมัครและประธานคณะกรรมการวินัยและจริยธรรมพรรคอนค.กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่า ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ผ่านมา พรรคอนค.มีคะแนนป๊อปปูลาร์โหวตสูงสุดในกทม. อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาเรื่องคุณภาพของผู้สมัครและทีมผู้สมัครประกอบด้วย หากเห็นว่ามีคุณภาพคับแก้ว ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่พรรคจะไม่ส่ง และคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่พรรคจะไม่สามารถหาผู้สมัครที่มีความเหมาะสมได้ แต่เหตุผลที่ยังไม่ประกาศตัวบุคคลในตอนนี้ เพราะพรรคมีขั้นตอนในการแสดงความจำนงระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2562 ทั้งนี้ คุณสมบัติของผู้สมัครพรรคอนค. ไม่จำเป็นต้องเป็นคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ต้องเป็นคนที่ทำการเมืองแบบใหม่ ไม่มีหัวคะแนน ไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียงโดยเด็ดขาด รวมถึงต้องมีวิสัยทัศน์และนโยบายทั้งในระยะสั้น กลาง ยาว และเป็นคนที่รู้ปัญหาของพื้นที่ ไม่ใช่ประเภทจับเสือมือเปล่า มาแต่ตัวแต่ไม่มีอะไรในสมอง โดยนโยบายหลักของพรรคที่ผู้สมัครทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ต้องยึดถือมี 5 ด้าน ได้แก่ 1.การขนส่งสาธารณะ 2.การเปิดเผยข้อมูลของอปท.ตามหลักการรัฐเปิดเผย 3.การจัดทำงบประมาณแบบมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่น 4.การให้คนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการเป็นคณะกรรมการสถานศึกษา และ 5.การจัดการขยะ

เมื่อถามถึงกรณีนายอัษฎางค์ ปาณิกบุตร อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง แนะนำพรรคอนค.ให้หลีกทางให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นผู้ท้าชิงในการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เพียงคนเดียว เพื่อความเป็นเอกภาพของ 7 พรรคฝ่ายค้าน นายชำนาญกล่าวว่า คงเป็นเพียงความเห็นทั่วไป เพราะการเมืองระดับชาติกับระดับท้องถิ่นเป็นคนละบริบท จริงอยู่ที่ 7 พรรคฝ่ายค้านเป็นพันธมิตรระดับชาติ มีแนวคิดอุดมการณ์ตรงกัน แต่ก็เป็นคนละอย่างกับการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นที่ต้องเลือกผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น ซึ่งมีหน้าที่เป็นฝ่ายบริหาร ไม่ใช่นิติบัญญัติ จึงคิดว่าไม่จำเป็นต้องมีการหลบหลีกในลักษณะนั้น

เมื่อถามว่า หากพรรคอนค.และพรรคเพื่อไทย(พท.)ส่งผู้สมัครลงชิงผู้ว่าฯกทม. จะเป็นการตัดคะแนนกันเองหรือไม่ นายชำนาญกล่าวว่า ตนยังไม่รู้เลยว่าพรรคพท.จะส่งผู้สมัครจริงหรือไม่ และนายชัชชาติก็ไม่เคยบอกว่าจะลงในนามพรรคพท. เพราะอาจลงแบบอิสระโดยมีพรรคพท.สนับสนุน ดังนั้น เรื่องนี้ยังไม่ชัดเจน แต่ไม่ว่าพรรคพท.จะส่งผู้สมัครหรือไม่ พรรคอนค.ก็จะดูความพร้อมของตัวเองเป็นหลัก

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่พรรคอนค.จะส่งนายสาธิต ปิติวรา ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนค. ลำดับที่ 59 เป็นผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)นครราชสีมา นายชำนาญกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง และขอยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ เรายังไม่มีผู้สมัครในนามพรรคอนค.แม้แต่คนเดียว และยังไม่มีใครได้รับมอบหมายให้ไปทาบทามใคร เพราะทุกอย่างต้องเข้าสู่กระบวนการของพรรค คือมีการสมัคร ผ่านกรรมการกลั่นกรอง ผ่านกรรมการสรรหาซึ่งมีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนค.และตนเป็นกรรมการ รวมทั้งต้องแสดงวิสัยทัศน์และรับฟังความเห็นจากคนในพื้นที่ ทั้งนี้ หากมี 2 ทีมแสดงความจำนงลงสมัคร พรรคอาจจัดให้มีดีเบตเพื่อตัดสินได้ อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่มีจำนวนที่แน่นอนว่าพรรคจะส่งผู้สมัครในพื้นที่ใดบ้าง เพราะต้องประเมินจากคุณภาพของทีม และความพร้อมในแต่ละจังหวัด เช่น เป็นจังหวัดยุทธศาสตร์ที่พรรคมีส.ส.และมีคะแนนดี แต่ยืนยันว่าอย่างน้อย 1 ภาคต้องมี 1 ทีม เพราะพรรคอนค.เป็นพรรคของคนทั้งประเทศ โดยเราจะประกาศทีมที่มีสิทธิ์เข้าสู่รอบสุดท้ายในวันที่ 1 กันยายน

บทความก่อนหน้านี้เพื่อไทย” ขอ 3 วัน อภิปรายนโยบายรบ. ยัน เน้นแนะนำ-ท้วงติงจุดอ่อน ไม่ใช่จ้องล้ม
บทความถัดไปรมว.ยุติธรมสั่งกรมบังคับคดีอำนวยความสะดวกเหยื่อคดีแพรวา