ลุ้น’สนธิรัตน์’ลดราคาแอลพีจี นักวิชาการค้านกองทุนฯยังติดลบ

ก.พลังงานลุ้น”สนธิรัตน์”เคาะนโยบายราคาแอลพีภาคครัวเรือน หลังราคาตลาดโลกลดแต่บัญชีแอลพีจียังติดลบ 6,397 ล้านบาท นักวิชาการแนะไม่ควรลดราคา ด้านผู้ค้าวอนทบทวนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซื้อแอลพีจีไม่เอื้อปฏิบัติ

แหล่งข่าวจากจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแนวโน้มราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)ที่ลดลง ว่า ต้องขึ้นอยู่กับนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ว่าจะมีนโยบายในเรื่องนี้อย่างไร เพราะล่าสุดราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว(แอลพีจี)ตลาดโลกเคลื่อนไหวในระดับเฉลี่ย 410-430 เหรียญสหรัฐต่อตันปรับลดลงจากก่อนหน้านี้ที่เคยเคลื่อนไหวระดับกว่า 500 เหรียญฯต่อตันส่งผลให้มีเงินแอลพีจีเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 1.799 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) จากเดิมเดือนพฤษภาคมเคยอุดหนุนถึง 1.5 บาทต่อกก. อย่างไรก็ตามบัญชีแอลพีจีล่าสุดยังคงติดลบ 6,397 ล้านบาท

“มติกบง.เดิมกำหนดกรอบวงเงินอุดหนุนราคาแอลพีจีไว้ไม่เกิน 7,000 ล้านบาท หากราคาแอลพีจีเคลื่อนไหวระดับดังกล่าวและรัฐยังตรึงราคาต่อก็คงไม่มีปัญหาไรอะไร แต่หากลดราคากองทุนฯจะติดลบต่อไป ดังนั้นต้องอยู่ที่นโยบายรัฐบาล”แหล่งข่าวกล่าว

นายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการด้านพลังงาน กล่าวว่า หากรัฐจะลดราคาแอลพีจีด้วยการลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนฯลง ส่วนตัวเห็นว่าแม้จะทำได้แต่ฐานะกองทุนน้ำมันฯบัญชีแอลพีจียังคงติดลบ 6,397 ล้านบาท ดังนั้นควรเก็บเงินเข้ากองทุนฯเพื่อใช้คืนหนี้เดิมดีกว่า โดยเป็นการยืมมาจากบัญชีน้ำมันที่เก็บจากผู้ใช้น้ำมันมาตรึงราคาแอลพีจีช่วงขาขึ้นเมื่อราคาลงก็ต้องใช้หนี้คืนผู้ใช้น้ำมันจึงจะเป็นธรรม ดังนั้นหากจะลดราคาควรให้ฐานะกองทุนฯบัญชีแอลพีจีเป็นบวกก่อน ซึ่งแนวโน้มราคาแอลพีจียังคงเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันที่สวิงตัวพอสมควร

นายชิษณุพงษ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ ประธานที่ปรึกษาสมาคมผู้ค้าแอลพีจี กล่าวว่า มาตรการตรึงราคาก๊าซหุงต้มไว้ที่ 363 บาทต่อถังครัวเรือน(ถัง15กิโลกรัม) หากราคาแอลพีจีตลาดโลกลดลงก็อยากให้ลดราคาแอลพีจีลงตามแต่เข้าใจว่ขณะนี้บัญชีแอลพีจียังติดลบ 6,397 ล้านบาท ดังนั้นควรจะตรึงไว้ที่เดิมเพื่อไม่กระทบกับค่าครองชีพประชาชน

นายสุรศักดิ์ อยู่คงพัน นายกสมาคมผู้ค้าแอลพีจี กล่าวว่า ต้องการให้รัฐทบทวนมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยซื้อแอลพีจีในราคาถูกผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งสามารถใช้เป็นส่วนลดซื้อแอลพีจี 45 บาทในระยะเวลา 3 เดือน หากไม่ใช้สิทธิก็จะตัดยอดไม่มีการสะสม เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีอุปสรรคในการใช้เพราะธุรกิจแอลพีจีประชาชนจะเน้นโทรสั่งไปส่งถึงที่บ้าน การรูดบัตรถึงร้านค้าจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากและเป็นภาระต่อร้านค้า รัฐจึงควรหาวิธีที่จะอำนวยความสะดวกประชาชนได้มากกว่าที่เป็นอยู่แทน

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้จับเข่าคุย ‘จิรายุ ห่วงทรัพย์’ แจ้งเกิด “ฝ่ายค้าน” ปากเผ็ดร้อน กางไทม์ไลน์เดือดเชือด ครม.ทริปเปิลยี้!
บทความถัดไป‘จุรินทร์’ เข้าทำเนียบรัฐบาล เกิดพระอาทิตย์ทรงกลดขณะไหว้พระพรหม