ยุติสอบคำร้อง คสช.ตั้งบัญชีส.ว.สำรอง ตีตกคำร้อง กกต.เลือกปฏิบัติข้าง ประยุทธ์

ผู้ตรวจฯ ยุติสอบคำร้อง คสช.ตั้งบัญชีส.ว.สำรองขัดรัฐธรรมนูญ ตีตกคำร้อง ‘เรืองไกร’ ขอให้สอบการทำหน้าที่กกต.เลือกปฏิบัติกรณี ประยุทธ์ เปิดเพจและ ธนาธร ถือหุ้นสื่อ
วันที่ 15 ก.ค. นายรักษเกชา แฉฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งความเห็นให้ศาลปกครองวินิจฉัย กรณีที่พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ประกาศรายชื่อส.ว.สำรองไม่เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 296 (ค) ประกอบ ม.90 (ค) และมาตรา 98 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 หรือไม่

เนื่องจากการประกาศรายชื่อส.ว.สำรองเพียงแค่ 50 รายชื่อโดยไม่ได้มีการประกาศ รายชื่อสำรอง 100 คนที่มาจากบัญชีการเลือกกันเอง 50 คน และมาจากบัญชีที่เลือกโดยคณะกรรมการสรรหา ส.ว.อีก 50 คน ว่า ผู้ตรวจฯเห็นว่าเป็นเพียงการกล่าวอ้างว่าขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ โดยที่นายศรีสุวรรณ ไม่ได้เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนโดยตรง

อีกทั้งไม่เป็นเงื่อนไขที่ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง ไม่เข้าเงื่อนไขของ พ.ร.บ.ผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงยุติเรื่อง ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา และได้แจ้งให้นายศรีสุวรรณรับทราบแล้ว ทั้งนี้ผู้ตรวจฯไม่ได้ดูไปถึงเนื้อหาของคำร้องเพราะคำร้องไม่เข้าเงื่อนไขที่ต้องรับไว้พิจารณา

นอกจากนี้ผู้ตรวจฯก็ได้ยุติคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติที่ขอให้ผู้ตรวจฯส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครองให้พิจารณาการทำหน้าที่ กกต. กรณีเลือกปฎิบัติ

โดยเร่งรัดดำเนินการคดีคำร้องการถือครองหุ้นสื่อของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ด้วยความรวดเร็ว แต่ไม่ดำเนินการตรวจสอบกรณี พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าของสื่อกรณีเปิดบัญชีโซเชียลมีเดียสื่อสารกับประชาชน

โดยผู้ตรวจฯพิจารณา ผลการดำเนินงานของ กกต.แล้ว และมีความเห็นว่าการที่พล.อ.ประยุทธ์ เปิดโซเชียลมีเดียนั้น เป็นช่องทางการสื่อสารกับประชาชน ยังไม่เข้าข่ายการเป็นเจ้าของสื่อ ซึ่งเป็นคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ จึงไม่รับเรื่อง ไว้พิจารณาและยุติเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา

อีกทั้งเห็นว่าการทำหน้าที่ของกกต.เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งนายเรืองไกรไม่มีส่วนได้เสียจากการทำหน้าที่ของ กกต. จึงเห็นว่าคำร้องดังกล่าวไม่เป็นเงื่อนไขที่ต้องส่งให้ศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา อีกครั้งเรื่องดังกล่าวนายเรืองไกร ก็ได้ยื่นคำร้อง ต่อศาลปกครองไปแล้ว

“ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่า กกต.ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นอำนาจโดยแท้ อีกทั้งเห็นว่านายเรืองไกร ไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับการทำหน้าที่ของ กกต.จึงไไม่เข้าเงื่อนไขตาม พรบ.ผู้ตรวจการแผ่นดินมาตรา 22(2) ที่จะรับเรื่องไว้พิจารณา ยุติเรื่องและแจ้งให้ผู้ร้องรับทราบแล้ว” นายรักษเกชา กล่าว

บทความก่อนหน้านี้“วิษณุ” แจง ถึงแม้ไม่มี คสช. แต่ กอ.รมน.ก็เรียกคนไป “ปรับทัศนคติ” ได้
บทความถัดไปE-DUANG : กระแส เลือกตั้ง ท้องถิ่น มาจาก อนาคตใหม่ จุด