‘อิทธิพล’ ฟิตชูนโยบายฟื้นการไหว้แบบไทย -ใช้วัฒนธรรมกระตุ้นเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม นายอิทธิพล  คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า  นโยบายการบริหารงาน วธ. ในยุคที่ตนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการวธ. โดยหลักจะบริหารงานโดยน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการ  ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่10  คือสืบสาน รักษา ต่อยอด มาปฏิบัติ บริหารงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาล โดยหลักๆ จะเน้นนำเรื่องานวัฒนธรรมไปเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้มากขึ้น ส่งเสริมดูแลความเป็นไทย ที่ถูกละเลย อาทิ วัฒนธรรมการทักทายแบบไทย ๆ  อย่างการไหว้ ที่สมัยนี้ไม่ค่อยเห็นการทักทายในลักษณะดังกล่าว ส่วนใหญ่ จะเป็นการทักทายแบบจับมือ  ซึ่งไม่ใช่วัฒนธรรมไทย อย่างไรก็ตามการส่งเสริมวัฒนธรรมเชิงท่องเที่ยว หรือรื้อฟื้นความเป็นไทยจะต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายส่วน ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) ฯลฯ  เพื่อทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

นายอิทธิพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะนำเทคโนโลยี และจัดทำบิ๊กดาตา ฐานข้อมูลมาใช้ดูแลโบราณสถานทั่วประเทศ อีกงานที่สำคัญคือการสานต่อ งานด้านวัฒนธรรมที่นายวีระ โรจน์พจนรัตน์  อดีตรัฐมนตรีว่าการวธ. โดยเฉพาะการทวงคืนโบราณวัตถุจากต่างประเทศ กลับคืนสู่ประเทศไทย  มีทั้งโบราณวัตถุที่ถูกนำออกนอกประเทศอย่างไม่ถูกต้อง หรือโบราณวัตถุที่อยู่นครอบครองของเอกชน  ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาก็มีผู้แสดงความจำนงส่งคืนแล้วหลายราย อย่างไรก็ตามส่วนตัวยังไม่มีการพูดคุยกับนายวีระ อย่างเป็นทางการ แต่ที่ผ่านมา ในช่วงที่ทำงานกับกก. ได้มีการพบเจอกันนายวีระบ้าง ในการประชุมต่าง ๆ ซึ่งหลังเข้าทำงานอย่างเป็นทางการ ก็คงมีการพูดคุย รวมถึงรับฟังคำแนะนำการทำงานจากนายวีระอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

“ตัวผมเองไม่หนักใจ  เพราะสมัยที่ทำงานกับกก. ก็มีความเชื่อมโยงกับวธ. อยู่แล้ว คิดว่า  เข้ามารับหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ วธ. ครั้งนี้จะไปส่งเสริมทั้งงานเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ  รวมถึงลงไปดูเศรษฐกิจฐานรากทางวัฒนธรรม ว่าจะดึงหรือส่งเสริมจุดขายในแต่ละพื้นที่อย่างไรได้บ้าง ”นายอิทธิพล กล่าวและว่า ในส่วนของพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั้น ยังไม่มอบนโยบายอะไรเป็นพิเศษ คิดว่า จะมีการให้นโยบายเป็นภาพรวมเร็ว ๆ นี้

บทความก่อนหน้านี้‘คุณหญิงกัลยา’ เล็งฟื้น ‘คิดเลขในใจ’ พร้อมผลักดัน ‘ท่องอาขยาน-สูตรคูณ’ ช่วย น.ร.มีสมาธิ
บทความถัดไป“จุติ”ยัน “แก้รธน.”มีในร่างนโยบายรบ. แต่ไม่ใช่เรื่องด่วนที่สุด ปากท้องต้องมาก่อน