ฝรั่งเศสฉลองวันชาติ-ชูกระชับสัมพันธ์ไทยครบ 333 ปี

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพฯ นายฌัก ลาปูฌ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย แถลงเนื่องในวันชาติฝรั่งเศส ซึ่งตรงกับวันที่ 14 กรกฎาคมของทุกปี โดยมีใจความว่า การเฉลิมฉลองวันชาติของฝรั่งเศสในปี 2019 หรือ 2562 นี้ เป็นห้วงเวลาที่มีพัฒนาการก้าวสำคัญเกิดขึ้นในประเทศไทยจากการกลับคืนสู่ระบบรัฐสภาตัวแทนและการประกอบพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก การดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา สร้างมิติใหม่ให้กับความสัมพันธ์ระหว่างฝรั่งเศสกับไทย นอกจากนี้ ปีนี้ยังเป็นวาระการครบรอบ 333 ปี การส่งคณะราชทูตสยามนำโดยเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ไปยังฝรั่งเศส เมื่อปี 1686 หรือปี พ.ศ. 2229 ซึ่งทั้งสองประเทศจะเฉลิมฉลองโอกาสดังกล่าวในเดือนกันยายน ตามความริเริ่มของกระทรวงการต่างประเทศของไทย โดยจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆทั้งในฝรั่งเศสและไทย

พัฒนาการเหล่านี้เป็นแรงผลักดันครั้งใหม่ในการดำเนินความสัมพันธ์ทวิภาคีของทั้งสองประเทศ เริ่มตั้งแต่ด้านเศรษฐกิจซึ่งเป็นส่วนสำคัญของความสัมพันธ์ดังกล่าว มีการลงทุนจากฝรั่งเศสเข้ามายังไทยและจากไทยไปยังฝรั่งเศส แสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนด้านเศรษฐกิจที่เติบโตเต็มที่ ทำให้ประเทศทั้งสองได้รู้จักซึ่งกันและกันดียิ่งขึ้น ภาคเอกชนฝรั่งเศสแสดงความสนใจในโครงการพัฒนาต่างๆของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) และโครงการพัฒนาด้านคมนาคมขนส่่ง ทั้งนี้ ภาคเอกชนฝรั่งเศสมองไทยเป็นตลาดสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การรื้อฟื้้นการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปน่าจะช่วยให้มีการเปิดตลาดมากขึ้นในบางภาคส่วนเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย สนับสนุนการรื้อฟื้นการเจรจาดังกล่าวเนื่องจากอยู่ในความสนใจของภาคเอกชนฝรั่งเศส

ไทยเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจอันดับสองของฝรั่งเศสในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากการแลกเปลี่ยนการค้า การลงทุนและกิจการของชุมชนชาวฝรั่งเศส สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย มีเป้าหมายเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนดังกล่าวให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยส่วนหนึ่ง เกิดจากการที่ไทยมีบทบาทเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอินโดจีน ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ฝรั่งเศสสนใจพัฒนการของยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ระหว่างกัมพูชา ลาว เมียนมา ไทย และเวียดนาม (แอคเมคส์) รวมถึงขององค์กรอื่นๆที่มุ่งเน้นความร่วมมือในระดับภูมิภาค

อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศไม่ได้จำกัดเฉพาะด้านเศรษฐกิจ นายเอมานุแอล มาครง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส ได้แสดงความชื่นชมที่ได้มีการให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมภาษาฝรั่งเศสในประเทศไทย ซึ่งเป็นภาษาที่ทำให้เยาวชนได้รู้จักค่านิยมสากลและมีโอกาสศึกษาต่อหรือทำงานในประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย สนับสนุนให้มีการใช้ภาษาฝรั่งเศสอย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง ซึ่งประกอบด้วย สมาคมฝรั่งเศส ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โรงเรียนนานาชาติฝรั่งเศสและครูภาษาฝรั่งเศสชาวไทย ทั้งระดับมัธยมศึกษาและมหาวิทยาลัยในด้านวิทยาศาสตร์และวิชาการ มีความร่วมมือระหว่างกันอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการทุนสำหรับนักศึกษาและนักวิจัยรุ่นเยาว์ ความตกลงฉบับใหม่ระหว่างกระทรวงอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรมของทั้งสองประเทศจะช่วยส่งเสริมโครงการดังกล่าวในอนาคต นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังร่วมกันพัฒนาการเรียนการสอนวิชาชีพในสถาบันอุดมศึกษาอีกด้วย ในด้านวัฒนธรรม มีการแลกเปลี่ยนผ่านโครงการความร่วมมือที่ยั่งยืนเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานร่วมสมัย

ฝรั่งเศสและไทยมีสัมพันธไมตรีและความร่วมมือระหว่างกันมาอย่างยาวนาน เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกันหลายเรื่อง อาทิ การยึดมั่นในเอกราช การให้ความสำคัญกับเอกลักษณ์และมรดกของชาติ รวมถึงประเพณีและสินค้าที่ผลิตในประเทศ ตลอดจนมีรสนิยมเหมือนกันในเรื่องศิลปะการใช้ชีวิต

บทความก่อนหน้านี้‘สาธุ’ นำ16พรรค ยื่นนโยบายสามัคคีสร้างชาติ ให้’บิ๊กตู่’ แถลงต่อรัฐสภา
บทความถัดไป“บิ๊กตู่” แถลงอำลาหัวหน้า คสช.ขอบคุณ 5 ปี ขอปชช.ทบทวนมีอะไรดีขึ้น – ภาคภูมิใจในส่วนดี