‘ทวี’ โพสต์ย้ำ 7 พรรคฝ่ายค้านลุยต้านนำเข้าสารพิษ รอชำแหละในสภา

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ(ปช.) โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงกิจกรรมเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ฝ่ายค้าน 7 พรรคพร้อมคณะได้ร่วมลงพื้นเพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่อง”สารพิษตกค้างในอาหารและสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชน” ณ.มูลนิธิชีววิถี (BioThai) จ.นนทบุรี พรอ้มขอสรุปเป็นภาพรวมว่า เกษตรกรไทยมีปัญหาสำคัญคือฐานะยากจน รายได้น้อยกว่ารายจ่าย ขายผลผลิตในราต่ำ และต้องขายผ่านคนกลางหลายทอด ไม่มีอำนาจต่อรองการตลาด ไม่มีที่ดินทำกิน จากข้อมูลมีเกษตรกรเพียง 28% ที่มีที่ดินเป็นของตนเองและไม่ติดจำนอง ส่วนอีก 78% ไม่มีทีดินทำกินและที่ดินติดจำนอง รายจ่ายส่วนใหญ่หมดไปกับปุ๋ยเคมี ยากำจัดวัชพืชและยาฆ่าแมลง ในระบบผลิตอาหารและสิ่งแวดล้อม ในช่วงที่ผ่านมาสารเคมีได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบการผลิต กรณีสารเคมีพิษในระบบการผลิตอาหารและสิ่งแวดล้อมสะท้อนให้เห็นว่า รัฐยืนข้างผลประโยชน์บริษัทนำเข้ามากกว่าชีวิตประชาชน กล่าวคือ หน่วยงานราชการนำโดยกระทรวงสาธารณสุข และภาคประชาชนที่เคลื่อนไหวได้มีการยกเลิกสารเคมี พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต ตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา แต่ผลการพิจารณาของรัฐเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 รัฐไม่ยกเลิกหรือแบนสารเคมี 3 ชนิด

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ตลาดสารเคมีพิษในไทยถูกสร้างขึ้นโดยระบบนายทุน+ราชการ และการเมือง ต้องยอมรับความจริงว่า ระบบการผลิตอาหารได้มีมาก่อนสารเคมีพิษ ต่อมาได้เกิดความหายนะของระบบการผลิตและสิ่งแวดล้อมจากนโยบายนายทุน+ราชการและการเมือง ทุกวันนี้สินค้าสารเคมีซึ่งมีทั้งประโยชน์และมีโทษร้ายแรง ในส่วนที่สารเคมีที่เป็นภัยต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมเป็นอยู่ยังยืนได้เพราะกระบวนการสร้างความเชื่อของผู้ผลิตอาหารว่าเป็นสิ่งที่เกษตรกรต้องใช้ทำให้วิถีชีวิตของเกษตรกร ทำให้บริษัทนำเข้าสารเคมีพิษมีผลประโยชน์ที่มีมูลค่านับหมื่นล้านบาท กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการผลิต

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า บริษัทนำเข้าสารเคมีพิษมีกลไกสำคัญมาจากรัฐราชการ กลไกทางการเมือง กลไกทางสื่อ รวมถึงการการผลิตเชิงเดี่ยว ซึ่งการแก้ไขปัญหาจึงมีความยากลำบาก และต้องทำร่วมกันทุกภาคส่วน ยังมีความหวังว่า เมื่อความจริงปรากฏความชั่วร้ายจะหายไป การปฏิรูปประเทศให้ดีกว่าต้องใช้นโยบายทางการเมืองเป็นสำคัญ ล่าสุดกรณีดังกล่าว นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ผู้เสนอญัตติด่วนต่อสภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรมซึ่งก่อให้เกิดสารพิษตกค้างเป็นอันตรายแก่เกษตรกรและผู้บริโภค ซึ่งได้รับการบรรจุเป็นวาระแล้ว

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้“หัวหน้าคสช.”เตรียมแถลงสารขอบคุณปชช. โวทำก้าวหน้าหลายเรื่อง เตรียมพ้นสภาพพรุ่งนี้
บทความถัดไป‘นิพนธ์’ มั่นใจ รัฐบาลไม่เบี้ยว ปมแก้ รธน. ชี้ ทำงานการเมืองต้องรักษาคำพูด