“ธนาธร-ช่อ” เดินสายลอนดอนลั่นเดินหน้ารัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ลุยเลือกตั้งท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก “พรรคอนาคตใหม่-Future Forward Party” ได้โพสต์ข้อความ กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค. ในฐานะศิษย์เก่าวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน (London School of Economics and Political Science: LSE) ได้รับเชิญไปร่วมบรรยายสาธารณะในหัวข้อ “ประเทศไทยหลังเลือกตั้ง: มองไปสู่อนาคต” ที่วิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ทั้งนี้ข้อความดังกล่าวระบุว่า

” [ธนาธรบรรยายที่อังกฤษ ย้ำความสำคัญของรัฐสภาและรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย]

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคและศิษย์เก่าวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน (London School of Economics and Political Science หรือ LSE) ได้รับเชิญไปร่วมบรรยายสาธารณะในหัวข้อ “ประเทศไทยหลังเลือกตั้ง: มองไปสู่อนาคต”


.
งานดังกล่าวมีผู้สนใจเข้าร่วมจำนวนหลายร้อยคนจนเต็มห้องประชุม โดยส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและประชาชนชาวไทย ซึ่งบางส่วนเดินทางมาจากหลายประเทศในยุโรป เช่น ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงเมืองต่างๆ ในสหราชอาณาจักร เพื่อมาร่วมงานบรรยายสาธารณะครั้งนี้โดยเฉพาะ
.


ในการบรรยายครั้งนี้ พรรณิการ์ได้กล่าวถึงรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกที่เอื้อต่อการสืบทอดอำนาจของ คสช. ไม่ว่าจะเป็นการให้ ส.ว. ซึ่งมาจากการแต่งตั้งของ คสช. ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี รวมถึงการที่ กกต. เลือกใช้สูตรคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งทำให้จำนวน ส.ส.ของแต่ละพรรคเปลี่ยนไปมาก และเพิ่มบทบาทของ ส.ว. แต่งตั้งในการเลือกนายกรัฐมนตรี จึงไม่อาจกล่าวได้เลยว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามกติกาประชาธิปไตยที่เป็นกลาง
.
นอกจากนี้ ยังมีสถานการณ์น่ากังวลเกี่ยวกับการเมืองไทยอีก 3 ประการ
.
ประการแรก คือการทำร้ายนักกิจกรรมทางการเมืองซ้ำซากหลายครั้ง และกระทำอย่างอุกอาจ กลางวันแสกๆ โดยทางการไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้
.
ประการที่สอง คือ การใช้ข่าวปลอม วาทะสร้างความเกลียดชัง การบิดเบือนข้อมูล ทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคฝ่ายค้าน โดยผ่านโซเชียลมีเดียรวมถึงสื่อกระแสหลักบางสำนัก
.
และประการสุดท้าย คือการใช้คดีความในการสกัดกั้นพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งมีคดีความและข้อร้องเรียนต่างๆ ต่อพรรคและแกนนำพรรคถึง 22 คดี ทั้งที่ก่อตั้งพรรคมาเพียง 1 ปี โดยคดีความส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังเลือกตั้ง


.
โฆษกพรรคแสดงความกังวลถึงการใช้ข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือน รวมถึงวาทะเกลียดชัง ว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป สังคมไทยจะยิ่งแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย นำไปสู่ความรุนแรงได้ในอนาคต
.
จึงอยากขอให้ประชาชนเสพสื่ออย่างมีวิจารณญาณ ตอบโต้ข่าวปลอมด้วยข้อเท็จจริง และอย่าโต้วาทะเกลียดชังด้วยวาทะเกลียดชัง เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์บานปลาย และเมื่อประชาชนเกลียดชังแบ่งแยกกัน ผู้ที่ได้ประโยชน์ก็คือผู้มีอำนาจไม่กี่คนเท่านั้น


.
ด้านหัวหน้าพรรค กล่าวถึงการทำงานของพรรคอนาคตใหม่หลังเลือกตั้ง โดยยืนยันว่าแม้จะอยู่ในฐานะฝ่ายค้าน แต่พรรคอนาคตใหม่ก็จะทำงานเต็มที่เพื่อผลักดันนโยบายต่างๆ ที่หาเสียงไว้ให้เป็นจริง รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามเจตนารมย์ที่แท้จริงของประชาชนด้วย
.
โดยการเลือกตั้งท้องถิ่นว่าเป็นอีกหนึ่งงานใหญ่ที่อนาคตใหม่ต้องการทำให้สำเร็จ เพื่อผลักดันการกระจายอำนาจและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริงในระดับท้องถิ่นโดยไม่ต้องรอได้เป็นรัฐบาล นอกจากนี้พรรคยังต้องการเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำการเมืองท้องถิ่นจากการใช้เครือข่ายอุปถัมภ์เป็นหลัก ให้เป็นการแข่งขันเชิงนโยบายวิสัยทัศน์ นโยบาย และอุดมการณ์ทางการเมือง


.
หัวหน้าพรรคกล่าวย้ำว่า พรรคอนาคตใหม่เชื่อว่าการสร้างการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยควรทำผ่านรัฐสภา เป็นการเปลี่ยนแปลงใหญ่แต่ค่อยเป็นค่อยไป เพราะนี่คือทางเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศได้อย่างสันติและยั่งยืน รวมถึงให้ทุกฝ่าย ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
.
การแก้รัฐธรรมนูญจะสำเร็จได้อาจต้องใช้เวลาหลายปี ไม่เหมือนการทำรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญแล้วเขียนใหม่ทันที ทว่าหากเราต้องการได้รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน ได้การเปลี่ยนแปลงที่มาจากประชาชนและเป็นของประชาชน ก็ต้องเดินไปแนวทางนี้ ไม่มีทางลัดอื่น

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้ย้อนคดีทำร้ายรอบ 10 ปี หลังคดีรุมตีหัว “จ่านิว” ลามคุกคามนักกิจกรรม ตร.แจงห้ามจุ้นการเมือง | อาชญากรรม
บทความถัดไปคลังร่วมการประชุมเอไอไอบี ดันความร่วมมือในภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอ