“อนาคตใหม่” ซัดยกเลิกคำสั่ง คสช.ไร้ประโยชน์ เหตุ ม.279 รับรองหมด จี้หยุดคุกคามนักวิชาการ-นักเคลื่อนไหว

“ปิยบุตร” ซัดยกเลิกคำสั่ง คสช.ไม่มีประโยชน์เพราะ ม.279 รับรองทุกการกระทำเกี่ยวเนื่อง- ดันตั้ง กมธ.ตรวจสอบการใช้ที่ผ่านมา “พงศกร” จี้หยุดกดดันนักวิชาการ- นักกิจกรรม

วันที่ 9 กรกฎาคม 2562  ที่ทำการพรรคอนาคคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงเกี่ยวกับวาระและญัตติที่พรรคอนาคตใหม่เตรียมอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรสัปดาห์นี้ โดยประเด็นแรก จะมีการตั้งกระทู้สดถามไปถึง พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองยายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีนายทหารไปเยี่ยมเยียนบ้านเรือนและติดตามนักวิชาการ นักศึกษา และนักกิจกรรม ภายใต้ข้ออ้างว่าไปเพื่อคุ้มครองความปลอดภัย โดยผู้ที่จะลุกขึ้นอภิปรายถามคือนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ส่วนวาระที่คาดว่าจะมีการพิจารณาต่อจาดนั้น คือร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีการตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างฯไป บัดนี้ได่ยกร่างเสร็จแล้ว จะมีการนำร่างนี้กลับเข้ามาสู่การพิจารณา โดยหากผ่านวาระแรกการรับหลักการแล้ว หากสภามีการเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา ก็จะมีการอภิปรายไล่เรียงกันไปในแต่ละข้อ หากตั้งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ ก็จะมีการพิจารณาเรียงข้อกันไปในชั้นกรรมาธิการ

“ส่วนญัตติด่วนที่คาดว่าจะมีการพูดคุยกันในสัปดาห์นี้ จะประกอบไปด้วยญัตติเรื่องการต่ออายุสัมปทานทางด่วนที่เสนอมาจากพรรคฝ่ายรัฐบาล ซึ่งทางพรรคได้ติดตามเรื่องนี้และแสดงความคิดเห็นมาโดยตลอด โดยคาดว่าน่าจะนำไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาได้ ส่วนทางพรรคอนาคตใหม่เองนั้น ก็ได้เสนอญัตติด่วนเข้าไปเช่นกัน คือเรื่องความผิดปกติในโครงการรถไฟเชื่อมต่อสามสนามบิน และญัตติเรื่องโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งทางพรรคอนาคตใหม่ก็เตรียมที่จะอภิปรายในประเด็นเหล่านี้อยู่ และยังมีอีกสองญัตติด่วนที่พรรคอนาคตใหม่เสนอ และคาดว่าจะทันเข้าวาระการประชุมในสัปดาห์นี้ คือญัตติเรื่องการใช้สารเคมีในการเกษตร และญัตติด่วนเพื่อศึกษาผลกระทบจากบรรดาการกระทำ ประกาศ คำสั่งของ คสช.และการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ซึ่งหากจบในสัปดาห์นี้ได้ ก็จะนำไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาในเรื่องต่างๆเหล่านี้ต่อไป” นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายได้ให้ข่าวว่ามีการยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. หลายๆฉบับ เช่นเรื่องเกี่ยวกับเสรีภาพสื่อมวลชน การโอนคดีไปให้ศาลทหาร ฯลฯ ซึ่งตนต้องเรียนว่า ความคิดที่จะยกเลิกคำสั่งเหล่านี้มีมานานแล้วตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งเรายังไม่ทราบว่าการยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช.เหล่านี้จะได้แก่ฉบับใดบ้าง จะครอบคลุมทุกฉบับที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิเสรีภาพ มีเนื้อหาที่ขัดกับความยุติธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ ทั้งนี้ ถ้ามีบางฉบับที่เข้าข่ายดังกล่าวแต่ไม่ได้ถูกยกเลิกไป ทางพรรคอนาคตใหม่เองยืนยันว่า ส.ส.ของเราจะเสนอร่างพระราชบัญญัติเข้าไปสู่การพิจารณายกเลิกให้หมด แต่ขณะเดียวกันก็ต้องทำความเข้าใจในที่นี้ ว่า ต่อให้มีการยกเลิกในวันนี้ ผลของการใช้ประกาศและคำสั่งในรอบ 5 ปีจะยังมีอยู่ นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่พรรคอนาคตใหม่ได้ตั้งญัตติด่วนเพื่อศึกษาผลกระทบเหล่านี้ด้วย ไม่ใช่ว่าเมื่อยกเลิกไปแล้วจะไม่ต้องพูดถึงกันอีก อีกทั้งในรัฐธรรมนูญมาตรา 279 เวลาเขียนรับรองให้ประกาศคำสั่ง คสช.ชอบด้วยรัฐธรรมนูญทุกประการ ไม่ได้เป็นการรับรองแค่ประกาศคำสั่งเท่านั้น แต่ยังรับรองไปถึงการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกันด้วย ซึ่งนี่เป็นปัญหาใหญ่ ว่าการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกันครอบคลุมไปถึงแค่ไหน รับรองไปถึงการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกันแม้หลังการยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช.ไปแล้วด้วยหรือไม่

“ดังนั้น นี่จึงเป็นพันธกิจสำคัญที่พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่าสุดท้าย มาตรา 279 ต้องเลิกทิ้งด้วยเพื่อจะสกัดความคุ้มครองเหล่านี้ออกไปให้หมด ดังนั้น การที่รัฐบาลชุดนี้ตัดสินใจจะยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช.ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่จะหมดอำนาจจากการเป็น คสช. เรียนตามตรงว่าไม่ได้ช่วยให้ระบอบการปกครองประชาธิปไตย หลักนิติรัฐมันกลับมาได้จริง ยังมีลูกหลานเหลนโหลนของ คสช.ผุดดอกมาเต็มไปหมด เพราะฉะนั้นเรื่องนี้พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่า เราจะเราจะตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องไม่ปล่อย” นายปิยบุตรกล่าว

ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 279 ตามที่ได้แถลงไป ซึ่งนายปิยบุตรตอบว่า ปัญหาใหญ่ก็คือการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยากมาก จนหลายฝ่ายคิดว่าเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่จะนั่งเฉยๆโดยไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้ เราเตรียมการที่จะเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมซึ่งเขียนง่ายมาก ก็เขียนว่ายกเลิกมาตรา 279 ก็จบ แต่ปัญหาคือเมื่อเอาเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภามันจะผ่านหรือไม่ การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นเรื่องที่แปลกใหม่ไปจากเดิม คือเมื่อก่อนต้องเริ่มจากสภาผู้แทนแล้วค่อยไปที่วุฒิสภาแต่การแก้รัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญครั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญ 2560 เริ่มต้นด้วยการประชุมร่วมกันของสองสภาเลย แล้วพอเป็นการประชุมร่วมกันของสองสภา ก็กำหนดไว้ว่าต้องมีเสียงสนับสนุนจาก ส.ว.หนึ่งในสาม ไม่เช่นนั้นก็จะไม่ผ่าน

แต่อย่างน้อยที่สุดถ้าเราดันเข้าไปแล้วให้ประชาชนเห็นกันจะจะเลย ว่าใครบ้างที่ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกมาตรา 279 สาธารณะชนก็จะได้รู้กัน พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่าเราจะทดลองผลักดันเรื่องนี้ให้ได้ยกเลิกมาตรา 279 เพื่อเอาหลักความเป็นกฏหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ร่างเราทำเสร็จเรียบร้อยแล้วแต่ทางพรรคอนาคตใหม่มี ส.ส. 81 คนการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องมี ส.ส. 100 คนขึ้นไป พูดง่ายๆคือต้องไปช่วยกันหาเพื่อนมาลง ก็กำลังจะเริ่มการเปิดการพูดคุยกันว่าจะมีใครที่จะมาลงร่วมกันบ้าง” นายปิยบุตรกล่าว

ด้าน พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึง กรณีที่มีเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจเข้าติดตามเยี่ยมเยียนนักวิชาการและนักกิจกรรมในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลายกรณี เช่นที่จังหวัดสกลนคร นักศึกษาในสถาบันราชภัฎฯถูกโทรศัพท์ไปหาถึงบ้านเพื่อกดดัน หรือกรณีการส่งเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมเยียนที่บ้านของ ดร.อนุสรณ์ อุณโน นักวิชาการ ซึ่งที่ผ่านมาในสภาฯ ก็ได้มีการอภิปรายถึงการกระทำในลักษณะนี้มาหลายครั้งแล้ว ว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งส่งผลกระทบไม่เพียงแต่นักกิจกรรมเท่านั้น แต่ยังมีประชาชนที่แสดงความคิดเห็นได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก ดังนั้นขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงดำเนินตามแนวทางที่จะสร้างสรรค์ประเทศจะดีกว่า ขอให้เปลี่ยนวิธีการกลับมาเป็นมิตรกับประชาชนเป็นผู้สร้างสรรค์ประเทศชาติร่วมกันจะดีกว่า