“พรรณิการ์” เปิดประเด็น ทำไมต้องใช้ “พลาซา แอทธินี” จัดอาเซียนซัมมิต?

วันที่ 26 มิถุนายน 2562 น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง ด้วยการโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับสถานที่จัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนหรืออาเซียนซัมมิต กับความเชื่อมโยงระหว่างมหาเศรษฐีของไทยซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมหรูย่านใจกลางเมืองกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้ารัฐบาลทหาร คสช.โดย น.ส.พรรณิการ์ระบุว่า

การประชุมอาเซียนซัมมิทเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นที่คาดหวังของคนไทยว่าจะได้เห็นไทยแสดงบทบาทผลักดันวาระต่างๆในฐานะประธานอาเซียน ซึ่ง 10 ปีโอกาสดังกล่าวจึงจะเวียนมาถึงสักครั้ง และปีนี้การเมืองการค้าระหว่างประเทศกำลังเข้มข้น เปิดให้ประธานอาเซียนมีบทบาทโดดเด่นได้ในหลายทาง ทั้งเรื่องสงครามการค้า ผู้ลี้ภัย ทะเลจีนใต้ ไปจนถึงการรับมือปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน ซึ่งทั้งหมดนี้เรียกร้องให้อาเซียนต้องปรับเปลี่ยนทิศทางความร่วมมือให้มีการช่วยเหลือเกื้อกูลอย่างเข้มข้นและกว้างขวางกว่าในยุคแรกก่อตั้ง เพราะภัยที่ภูมิภาคเผชิญ ไม่ใช่ภัยความมั่นคงแบบยุคสงครามเย็นอีกต่อไป แต่เป็นปัญหาข้ามชาติข้ามพรมแดนแบบใหม่ในโลกดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม นอกจากในการประชุมครั้งนี้ พลเอกประยุทธ์จะไม่ได้ดำเนินบทบาทโดดเด่นตามที่เราคาดหวังว่าผู้นำไทยในฐานะประธานอาเซียนควรทำ ยังเกิดข้อกังขาเป็นของแถมเล็กๆมาอีก 2-3 ข้อด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแถลงข่าวเป็นภาษาไทย (ซึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหาย) แต่กลับไม่ได้จัดเตรียมล่ามไว้ ทำให้นักข่าวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ไม่เข้าใจว่าประธานอาเซียนกำลังแถลงอะไร การแสดงท่าทีรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยใช้เก้าอี้กระดาษรีไซเคิลในที่ประชุม จนนักสิ่งแวดล้อมตั้งคำถามว่าจะใช้เก้าอี้กระดาษให้เกิดขยะเพิ่มทำไม ในเมื่อโรงแรมมีเก้าอี้เพียงพออยู่แล้ว ไปจนถึงข้อกังขาเรื่องการเลือกสถานที่จัดการประชุม

โรงแรมพลาซา แอทธินี ถูกใช้เป็นสถานที่จัดการประชุมอาเซียน ซัมมิทครั้งที่ 34 ดูเผินๆเหมือนไม่มีเรื่องควรสงสัย เพราะใครๆก็ทราบดีว่านี่เป็นโรงแรมหรูอันดับต้นๆของไทย และตั้งอยู่บนย่านสถานทูตอย่างถนนวิทยุ และใครๆก็ทราบดีว่าโรงแรมแห่งนี้เป็นของมหาเศรษฐีอันดับต้นของไทย ผู้ซึ่งเคยซื้อที่ดินของครอบครัวของพลเอกประยุทธ์ด้วยราคาสูงกว่าราคาตลาดลิบลิ่ว ไม่นานหลังการรัฐประหาร พฤษภา 57 และก็เป็นมหาเศรษฐีคนเดียวกับที่บริษัทของเขาเพิ่งได้ต่อสัญญาการเช่าศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยไม่ผ่านการประมูล ไม่ต้องประกวดแข่งขันราคากับใคร

คำถามที่รัฐบาลควรตอบ ก็คือเหตุใดการประชุมจึงจัดขึ้นที่โรงแรมแห่งนี้ กระบวนการคัดเลือกคืออะไร ตัดสินใจจากเหตุผลใด ทำไมจึงไม่ใช้กระทรวงต่างประเทศเป็นสถานที่จัดประชุม ทั้งที่อาคารของกระทรวงฯ สร้างขึ้นเพื่อรองรับการประชุมระดับนานาชาติอยู่แล้ว หรือหากจะอ้างว่าโรงแรมขนาดใหญ่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการประชุมพรั่งพร้อมกว่า เหตุใดโรงแรมอื่นๆจึงไม่ได้รับการพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมโอเรียนเต็ล หรือโรงแรมแชงกรีลา ซึ่งมีประวัติเก่าแก่ยาวนาน และเคยเป็นสถานที่จัดงานประชุมระดับนานาชาติหรือรับรองทางการทูตมาแล้วหลายครั้ง หรือแม้แต่หอประชุมกองทัพเรือ ซึ่งเคยใช้รับรองผู้นำนานาชาติในการประชุมเอเปคเมื่อปี 2003 มาแล้ว

การประชุมอาเซียน ซัมมิท จะมีขึ้นอีกครั้งในปลายปีนี้ เราหวังว่าจะได้เห็นกระบวนการเลือกสถานที่จัดการประชุมที่โปร่งใสกว่านี้ และปราศจากข้อกังขาเกี่ยวกับการเอื้อประโยชน์ระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ เพื่อให้ภาษีของประชาชนถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าและเหมาะสมที่สุด และเพื่อให้บทบาทของไทยในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ เป็นไปอย่างสง่างาม นำเกียรติภูมิของประเทศกลับมาโดดเด่นบนเวทีโลกได้อีกครั้ง

บทความก่อนหน้านี้อ.นิด้า ข้องใจ คสช.ตั้งกก.สรรหาส.ว.อาจไม่มีสถานะกม. หลัง 2 ศาล ล้วนไม่รับคำร้อง
บทความถัดไปนิธิ เอียวศรีวงศ์ | ไหว้ครู