“โมฮาเหม็ด มอร์ซี” ปธน.อียิปต์คนแรกจากการเลือกตั้ง ถึงแก่อสัญกรรมระหว่างขึ้นศาล

เมื่อช่วงดึกของวันที่ 17 มิถุนายน สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นของสหรัฐฯรายงานว่า นายโมฮาเหม็ด มอร์ซี ประธานาธิดีอียิปต์คนแรกจากการเลือกตั้งก่อนถูกโค่นลงจากการรัฐประหารได้ถึงแก่อสัญกรรมอย่างกระทันหันจากภาวะหัวใจล้มเหลวในระหว่างกำลังขึ้นพิจารณาคดีในศาล

สำนักข่าวอัล-อารามของทางการอียิปต์รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า นายมอร์ซีในวัย 67 ปี ได้ขึ้นพิจารณาคดีเมื่อวานนี้ในคดีจารกรรมก็เกิดอาการโรคหัวใจขึ้น

ตามแถลงการณ์ของสำนักอัยการกลางอียิปต์ระบุว่า นายมอร์ซี ได้รับอนุญาตตามคำขอในการขึ้นพูดก่อนจบการพิจารณาคดี หลังการอ่านคำแถลงผ่านไป 5 นาที ศาลได้สั่งยกเลิกและนายมอร์ซีถูกนำตัวกลับไปในคอกฝั่งจำเลย จากนั้นนายมอร์ซีก็ได้ล้มหมดสติลง

แถลงการณ์ระบุอีกว่า นายมอร์ซีได้ถึงแก่อสัญกรรมขณะนำตัวส่งโรงพยาบาล และไม่ปรากฎการบาดเจ็บตามร่างกาย

ด้านนายอับเดล โมเนม อับเดล มัคซูด ทนายความของนายมอร์ซีและเป็นหัวหน้าทีมกฎหมายของกลุ่มภราดรภาพมุสลิม กล่าวกับสื่อว่า นายมอร์ซีได้อ่านคำปิดคดีด้วยวาจา โดยหยิบยกคำจากบทประพันธ์ที่ว่า “ประเทศของฉันเป็นที่รักแม้ประเทศจะกดขี่ฉัน และประชาชนของฉันก็เป็นผู้มีเกียรติแม้พวกเขาจะไม่เป็นธรรมต่อตัวฉัน”

ทนายของนายมอร์ซียังกล่าวอีกว่า นายมอร์ซีไม่ได้รับอนุญาตให้พบทนายหรือติดต่อโลกภายนอกหรือแม้แต่ครอบครัว นั้นเพราะนายมอร์ซีถูกจับขังเดี่ยว

ขณะที่นายอับดุลลาห์ บุตรชายนายมอร์ซี กล่าวว่าพ่อถูกปฏิเสธในการเข้าพบ โดยตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา ครอบครัวได้พบนายมอร์ซีเพียง 3 ครั้ง และไม่แน่ใจว่าจะทำพิธีฝังพ่อไว้ที่ไหน

ข่าวการเสียชีวิตของนายมอร์ซี ทำให้นายราซิบ ตายิบ เออร์โดอัน ประธานาธิบดีตุรกี ได้ทวิตข้อความถึงข่าวการเสียชีวิตและระบุว่า นายมอร์ซีเป็นผู้นำคนหนึ่งในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ทั้งนายมอร์ซีได้รับเป็นประธานาธิบดีจากการเลือกตั้งในปี 2555 อันเป็นผลพวงจากปรากฎการณ์อาหรับสปริงส์ หรือการลุกฮือเพื่อประชาธิปไตยทั่วตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ และอียิปต์ก็ได้รับด้วยจากพลังประชาชนที่โค่นรัฐบาลนายฮอสนี มูบารัคลงหลังปกครองอียิปต์นานถึง 3 ทศวรรษ แต่รัฐบาลมอร์ซีกก็อายุสั้น เพราะด้วยอิทธิพลของกลุ่มภราดรภาพมุสลิมที่เพิ่มมากขึ้นและได้ผู้นำประเทศที่เป็นสมาชิกกลุ่มนี้ ก็เป็นที่หวาดระแวงของกองทัพ ทำให้เกิดการรัฐประหารในปี 2556 และกลุ่มภราดรภาพมุสลิมก็ถูกประกาศให้เป็นกลุ่มก่อการร้าย และสมาชิกหลายคนถูกสังหารระหว่างการประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหารในเดือนสิงหาคม ปีเดียวกัน

นายมอร์ซี ถูกนำตัวขึ้นพิจารณาคดี โดยในปี 2015 ถูกศาลตัดสินให้ประหารชีวิตฐานแหกคุกในช่วงการลุกฮือของประชาชนในปี 2011 และจำคุกตลอดชีวิตฐานจารกรรม โดยถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดกับกลุ่มฮามาส กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติของอิหร่านและองค์กรต่างชาติ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการตัดสินโดยมีแรงจูงใจทางการเมือง ต่อมาศาลจะตัดสินให้จำคุกนายมอร์ซีเป็นเวลา 25 ปี ฐานปล่อยให้ข้อมูลรัฐบาลรั่วไปถึงกาตาร์และข้อหาอื่นๆอีก 15 ปี รวมกันเป็น 40 ปี ในที่สุดเมื่อปี 2016 ศาลได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิต

บทความก่อนหน้านี้วิเคราะห์ : รัฐบาลใหม่ การบ้านเก่า-โจทย์เดิม!
บทความถัดไปกกต. แจงคะแนนปชป.เพิ่ม บางเขตไม่นำผลเลือกตั้งล่วงหน้า-นอกราชอาณาจักร มานับ